Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 256

<< | หน้าที่ 256 | >>
{๓๓๓} เพราะอายตนะที่ ๖ เป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี เป็นไฉน

ความกระทบ กิริยาที่กระทบ กิริยาที่ถูกต้อง ภาวะที่ถูกต้อง นี้เรียกว่า เพราะ อายตนะที่ ๖ เป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี

แม้เพราะผัสสะเป็นปัจจัย อายตนะที่ ๖ จึงมี เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า แม้เพราะ ผัสสะเป็นปัจจัย อายตนะที่ ๖ จึงมี

{๓๓๔} เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี เป็นไฉน

ความสำราญทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส นี้ เรียกว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี

แม้เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี เป็นไฉน

ความกระทบ กิริยาที่กระทบ กิริยาที่ถูกต้อง ภาวะที่ถูกต้อง นี้เรียกว่า แม้ เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี

{๓๓๕} เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี เป็นไฉน

ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต นี้เรียกว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี

แม้เพราะตัณหาเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี เป็นไฉน

ความสำราญทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิด แต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สำราญเป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส นี้เรียกว่า แม้เพราะตัณหาเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี

{๓๓๖} เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี เป็นไฉน

ทิฏฐิ ความเห็นผิด ฯลฯ ลัทธิที่เป็นบ่อเกิดแห่งความพินาศ ความถือโดยวิปลาส นี้เรียกว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka