Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 257

<< | หน้าที่ 257 | >>
แม้เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี เป็นไฉน

ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต นี้เรียกว่า แม้ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี

{๓๓๗} เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี เป็นไฉน

เว้นอุปาทานแล้ว เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ นี้ เรียกว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี

{๓๓๘} เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี เป็นไฉน

ความเกิด ความเกิดพร้อม ความบังเกิด ความบังเกิดเฉพาะ ความปรากฏ แห่งสภาวธรรมนั้น ๆ นี้เรียกว่า เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี

{๓๓๙} เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี เป็นไฉน

ชรา ๑ มรณะ ๑

ในชราและมรณะนั้น ชรา เป็นไฉน

ความแก่ ความคร่ำคร่า ความเสื่อมสิ้นอายุแห่งสภาวธรรมนั้น ๆ นี้เรียกว่า ชรา

มรณะ เป็นไฉน

ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตกทำลาย ความแตกสลาย ความไม่เที่ยง ความหายไปแห่งสภาวธรรมนั้น ๆ นี้เรียกว่า มรณะ

ชราและมรณะดังที่กล่าวมานี้ นี้เรียกว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี

{๓๔๐} คำว่า กองทุกข์ทั้งมวลนี้มีการเกิดขึ้นด้วยอาการอย่างนี้ ได้แก่ กองทุกข์ ทั้งมวลนี้ไปร่วม มาร่วม ประชุมร่วม ปรากฏขึ้นด้วยอาการอย่างนี้

เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า กองทุกข์ทั้งมวลนี้มีการเกิดขึ้นด้วยอาการอย่างนี้ (๑๑๓)

{๓๔๑} [๒๗๔] ในสมัยนั้น เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี แม้เพราะสังขารเป็น ปัจจัย อวิชชาจึงมี แม้เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย สังขารจึงมี เพราะวิญญาณเป็น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka