Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 279

<< | หน้าที่ 279 | >>
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นขันธ์ที่ไม่เป็นสังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สังโยชน์ทำขันธ์ที่ไม่เป็นสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์และที่ไม่เป็นสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ สังโยชน์และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ สังโยชน์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นสังโยชน์และสัมปยุตตขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

[๑๑] สภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์และที่ไม่เป็นสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐิสังโยชน์และอวิชชาสังโยชน์ทำกามราคสังโยชน์และสัมปยุตตขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ทิฏฐิสังโยชน์และอวิชชาสังโยชน์ทำกามราคสังโยชน์และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์และที่ไม่เป็นสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นสังโยชน์และทำสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงผูก เป็นจักกนัย) ขันธ์ที่ไม่เป็นสังโยชน์ทำสังโยชน์และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์และที่ไม่เป็นสังโยชน์ทำสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์และที่ไม่เป็นสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทิฏฐิสังโยชน์อวิชชาสังโยชน์และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นสังโยชน์และทำกามราคสังโยชน์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงผูกเป็นจักกนัย) ทิฏฐิสังโยชน์ อวิชชาสังโยชน์ และสัมปยุตตขันธ์ทำกามราคสังโยชน์และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย ย่อ ) (๓)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka