สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็นกุศล อาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็นกุศล เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
{๑๔๑๔} [๓๒] เหตุปัจจัย มี ๒ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๒ วาระ (ย่อ)
(เหมือนกับโลกิยทุกะและโลกุตตรทุกะ พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวาร ให้พิสดาร)
{๑๔๑๕} [๓๓] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็น อกุศลอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็น อกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
{๑๔๑๖} [๓๔] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็น อัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่ง เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็น อัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่ง เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็นอัพยากฤต อาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสและที่วิปปยุต จากปรามาสไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
{๑๔๑๗} [๓๕] เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ
อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (ย่อ)
(เหมือนกับโลกิยทุกะ พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวารให้พิสดาร)
ปรามาสโคจฉกะและกุสลติกะ จบ