๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท
{๒๘๔} ภิกษุแสวงหาจีวรคือผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนยังเหลือเกินกว่า ๑ เดือน ต้อง อาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังแสวงหา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. แสวงหาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท
{๒๘๕} ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้วโกรธ ไม่พอใจ ชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อชิงเอามาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท
{๒๘๖} ภิกษุออกปากขอด้ายมาเองแล้วใช้ช่างหูกให้ทอจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ทอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ทอเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๗. มหาเปสการสิกขาบท
{๒๘๗} ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูกทั้งหลายของคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ ญาติ แล้วกำหนดชนิดจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังกำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อกำหนดเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท
{๒๘๘} ภิกษุรับอัจเจกจีวร แล้วเก็บไว้เกินสมัยจีวรกาล ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์