Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 8 หน้าที่ 150

<< | หน้าที่ 150 | >>
๑๐. กัณฏกสิกขาบท


{๓๖๐} ภิกษุรู้อยู่ ปลอบโยนสมณุทเทสผู้ถูกสงฆ์นาสนะแล้วอย่างนั้น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังปลอบโยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อปลอบโยนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สัปปาณกวรรคที่ ๗ จบ


๘. สหธัมมิกวรรค


๑. สหธัมมิกสิกขาบท


{๓๖๑} [๑๗๒] ภิกษุผู้อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนอยู่โดยชอบธรรม กลับกล่าว ว่า “ท่านทั้งหลาย กระผมจะยังไม่ศึกษาในสิกขาบทนี้ จนกว่าจะได้สอบถามภิกษุ รูปอื่นผู้ฉลาด ผู้เป็นวินัยธร” ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังกล่าว ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อกล่าวแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๒. วิเลขนสิกขาบท


{๓๖๒} ภิกษุดูหมิ่นพระวินัย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังดูหมิ่น ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อดูหมิ่นแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๓. โมหนสิกขาบท


{๓๖๓} ภิกษุแสร้งทำผู้อื่นให้หลง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. เมื่อสงฆ์ยังไม่ยกโมหาโรปนกรรมขึ้นปรับ ทำผู้อื่นให้หลง ต้องอาบัติ ทุกกฏ

๒. เมื่อสงฆ์ยกโมหาโรปนกรรมขึ้นปรับแล้ว ทำผู้อื่นให้หลง ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์


สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka