๑๐. กัณฏกสิกขาบท
{๓๖๐} ภิกษุรู้อยู่ ปลอบโยนสมณุทเทสผู้ถูกสงฆ์นาสนะแล้วอย่างนั้น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังปลอบโยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อปลอบโยนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สัปปาณกวรรคที่ ๗ จบ
๘. สหธัมมิกวรรค
๑. สหธัมมิกสิกขาบท
{๓๖๑} [๑๗๒] ภิกษุผู้อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนอยู่โดยชอบธรรม กลับกล่าว ว่า “ท่านทั้งหลาย กระผมจะยังไม่ศึกษาในสิกขาบทนี้ จนกว่าจะได้สอบถามภิกษุ รูปอื่นผู้ฉลาด ผู้เป็นวินัยธร” ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังกล่าว ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อกล่าวแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. วิเลขนสิกขาบท
{๓๖๒} ภิกษุดูหมิ่นพระวินัย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังดูหมิ่น ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อดูหมิ่นแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๓. โมหนสิกขาบท
{๓๖๓} ภิกษุแสร้งทำผู้อื่นให้หลง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. เมื่อสงฆ์ยังไม่ยกโมหาโรปนกรรมขึ้นปรับ ทำผู้อื่นให้หลง ต้องอาบัติ ทุกกฏ
๒. เมื่อสงฆ์ยกโมหาโรปนกรรมขึ้นปรับแล้ว ทำผู้อื่นให้หลง ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์