ตอบ : มีความโลภเป็นหัวหน้า มีความโกรธเป็นหัวหน้า มีความหลงเป็นหัวหน้า มีความไม่โลภเป็นหัวหน้า มีความไม่โกรธเป็นหัวหน้า มีความไม่หลงเป็นหัวหน้า
ถาม : มีฐานเท่าไร
ตอบ : มีฐาน คือ กรรม ๔
ถาม : มีวัตถุเท่าไร
ตอบ : มีวัตถุ คือ กรรม ๔
ถาม : มีภูมิเท่าไร
ตอบ : มีภูมิ คือ กรรม ๔
ถาม : มีเหตุเท่าไร
ตอบ : มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓
ถาม : มีมูลเท่าไร
ตอบ : มีมูล ๑ คือ สงฆ์
ถาม : กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร
ตอบ : กิจเกิดด้วยอาการ ๒ คือ (๑) ญัตติ (๒) อปโลกน์
ถาม : กิจจาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ตอบ : กิจจาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะ ๑ คือ สัมมุขาวินัย
{๘๘๙} ถาม : สมถะ มีเท่าไร
ตอบ : สมถะมี ๗ คือ
๑. สัมมุขาวินัย ๒. สติวินัย
๓. อมูฬหวินัย ๔. ปฏิญญาตกรณะ
๕. เยภุยยสิกา ๖. ตัสสปาปิยสิกา
๗. ติณวัตถารกะ สมถะมี ๗ เหล่านี้
สมถะ ๗ เหล่านี้ เป็นสมถะ ๑๐ ก็มี สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ก็มี มีโดย อ้อมด้วยอำนาจวัตถุ
ถาม : พึงเป็นได้อย่างไร