ตอบ : อนุวาทาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะ ๔ คือ (๑) สัมมุขาวินัย (๒) สติวินัย (๓) อมูฬหวินัย (๔) ตัสสปาปิยสิกา
{๘๘๗} [๒๙๕] ถาม : อาปัตตาธิกรณ์ มีอะไรเป็นหัวหน้า
ตอบ : มีความโลภเป็นหัวหน้า มีความโกรธเป็นหัวหน้า มีความหลงเป็นหัวหน้า มีความไม่โลภเป็นหัวหน้า มีความไม่โกรธเป็นหัวหน้า มีความไม่หลงเป็นหัวหน้า
ถาม : มีฐานเท่าไร
ตอบ : มีฐาน คือ กองอาบัติ ๗ กอง
ถาม : มีวัตถุเท่าไร
ตอบ : มีวัตถุ คือ กองอาบัติ ๗ กอง
ถาม : มีภูมิเท่าไร
ตอบ : มีภูมิ คือ กองอาบัติ ๗ กอง
ถาม : มีเหตุเท่าไร
ตอบ : มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓
ถาม : มีมูลเท่าไร
ตอบ : มีมูล คือ สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน
ถาม : ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร
ตอบ : ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๖ คือ (๑) ไม่ละอาย (๒) ไม่รู้ (๓) สงสัย แล้วขืนทำ (๔) สำคัญในของไม่สมควรว่าสมควร (๕) สำคัญในของสมควรว่าไม่สมควร (๖) ลืมสติ
ถาม : อาปัตตาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ตอบ : อาปัตตาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ (๑) สัมมุขาวินัย (๒) ปฏิญญาตกรณะ (๓) ติณวัตถารกะ
{๘๘๘} [๒๙๖] ถาม : กิจจาธิกรณ์ มีอะไรเป็นหัวหน้า