Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 380

<< | หน้าที่ 380 | >>
๕. เป็นผู้มีปัญญา ประกอบด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาเห็น ความเกิดและความดับอันเป็นอริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความ สิ้นทุกข์โดยชอบ

นี้ คือธรรม ๕ ประการที่มีอุปการะมาก

{๔๑๒}(ข) ธรรม ๕ ประการที่ควรเจริญ คืออะไร

คือ สัมมาสมาธิ ประกอบด้วยองค์ ๕ ได้แก่

๑. มีปีติแผ่ไป

๒. มีสุขแผ่ไป

๓. มีการกำหนดรู้จิตผู้อื่นแผ่ไป

๔. มีแสงสว่างแผ่ไป

๕. ปัจจเวกขณญาณเป็นนิมิต

นี้ คือธรรม ๕ ประการที่ควรเจริญ

{๔๑๓}(ค) ธรรม ๕ ประการที่ควรกำหนดรู้ คืออะไร

คือ อุปาทานขันธ์ (กองแห่งความยึดมั่น) ๕ ได้แก่

๑. รูปูปาทานขันธ์ (อุปาทานขันธ์คือรูป)

๒. เวทนูปาทานขันธ์ (อุปาทานขันธ์คือเวทนา)

๓. สัญญูปาทานขันธ์ (อุปาทานขันธ์คือสัญญา)

๔. สังขารูปาทานขันธ์ (อุปาทานขันธ์คือสังขาร)

๕. วิญญาณูปาทานขันธ์ (อุปาทานขันธ์คือวิญญาณ)

นี้ คือธรรม ๕ ประการที่ควรกำหนดรู้

{๔๑๔}(ฆ) ธรรม ๕ ประการที่ควรละ คืออะไร

คือ นิวรณ์ ๕ ได้แก่

๑. กามฉันทะ (ความพอใจในกาม)

๒. พยาบาท (ความคิดร้าย)

๑ แสงสว่าง ในที่นี้หมายถึงทิพพจักขุ คือ ตาทิพย์ (ที.ปา.อ. ๓๕๕/๒๖๑)
๒ ดูเทียบข้อ ๓๑๕ หน้า ๓๐๐ ในเล่มนี้
๓ ดูเทียบข้อ ๓๑๕ หน้า ๓๐๑ ในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka