หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 15 หน้าที่ 95 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 15
<< | หน้าที่ 95 | >>
{๒๔๐} ครั้นเมื่อราตรีนั้นล่วงไปแล้ว พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ ตายนเทพบุตรผู้เคยเป็นเจ้าลัทธิมาก่อน มีวรรณะงดงาม ยิ่งนัก เมื่อราตรีผ่านไป เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ อภิวาท แล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของเราว่า

พราหมณ์ ท่านจงพยายามตัดกระแส

จงบรรเทากามเสียเถิด

เพราะหากมุนีไม่ละกาม

ย่อมเข้าถึงความมีจิตแน่วแน่ไม่ได้

ถ้าบุคคลจะทำความเพียร

พึงทำความเพียรนั้นจริงๆ

พึงบากบั่นทำความเพียรนั้นให้มั่นคง

เพราะว่าการบรรพชาที่ปฏิบัติย่อหย่อน

ย่อมโปรยธุลีคือกิเลสให้แปดเปื้อนยิ่งขึ้น

ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า

เพราะทำแล้วย่อมเดือดร้อนภายหลัง

ความดีใดทำแล้วไม่เดือดร้อนภายหลัง

ทำความดีนั้นดีกว่า

หญ้าคาที่บุคคลจับไม่ดี

ย่อมบาดมือแน่นอน ฉันใด

ความเป็นสมณะที่บุคคลปฏิบัติไม่ดี

ย่อมฉุดเข้าไปในนรก ฉันนั้น

กรรมที่ย่อหย่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง วัตรที่เศร้าหมอง

และพรหมจรรย์ที่พึงระลึกถึงด้วยความระแวงสงสัย

ทั้ง ๓ นั้นไม่มีผลมาก

ตายนเทพบุตรครั้นกล่าวดังนี้แล้วได้อภิวาทเรา กระทำประทักษิณแล้วหาย ตัวไป ณ ที่นั้นเอง เธอทั้งหลาย จงศึกษา เล่าเรียน ทรงจำตายนคาถาไว้ ภิกษุ ทั้งหลาย ตายนคาถาประกอบด้วยประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์

ตายนสูตรที่ ๘ จบ


๑ พรหมจรรย์ หมายถึงมรรคพรหมจรรย์ (สํ.ส.อ. ๑/๘๙/๑๐๓)

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม