Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 15 หน้าที่ 226

<< | หน้าที่ 226 | >>
บรรเทาเสียซึ่งมาร ไม่ปราชัยในที่ทุกสถาน

พ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย

มีพระจักษุ ทรงเห็นธรรมทั้งปวง

บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นกรรมทุกอย่าง

หลุดพ้นเพราะธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิแล้ว

พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดาของเรา

เราชอบใจคำสอนของพระองค์

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “สีสุปจาลาภิกษุณีรู้จักเรา” จึงหาย ตัวไป ณ ที่นั้นเอง

สีสุปจาลาสูตรที่ ๘ จบ


๙. เสลาสูตร


ว่าด้วยเสลาภิกษุณี


{๕๔๙} [๑๗๐] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

ครั้นเวลาเช้า เสลาภิกษุณีครองอันตรวาสก ฯลฯ จึงนั่งพักกลางวันที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง

{๕๕๐} ลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์จะให้เสลาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า ฯลฯ ได้กล่าวกับเสลาภิกษุณีด้วย คาถาว่า

ใครสร้างร่างกายนี้ ผู้สร้างร่างกายอยู่ที่ไหน

ร่างกายเกิดขึ้นที่ไหน ร่างกายดับที่ไหน

{๕๕๑} ลำดับนั้น เสลาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ว่า “นี่ใครหนอมากล่าวคาถา จะเป็น มนุษย์หรืออมนุษย์กันแน่” ทันใดนั้น เสลาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้อีกว่า “นี่คือ มารผู้มีบาป ประสงค์จะให้เราเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงกล่าวคาถา”

ครั้งนั้นแล เสลาภิกษุณีทราบว่า “นี่คือมารผู้มีบาป” จึงได้กล่าวกับมารผู้มี บาปด้วยคาถาว่า

ร่างกายนี้ตนเองก็ไม่ได้สร้าง ผู้อื่นก็ไม่ได้สร้าง

อาศัยเหตุจึงเกิด เพราะเหตุดับจึงดับ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka