Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 286

<< | หน้าที่ 286 | >>
{๓๙๓} ต่อมา เรากล่าวความระงับไปแห่งสังขารตามลำดับ คือ

๑. เมื่อภิกษุเข้าปฐมฌาน วาจาก็ระงับไป ฯลฯ

๙. เมื่อเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาและเวทนาก็ระงับไป

๑๐. ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว ราคะย่อมระงับไป โทสะย่อมระงับไป โมหะ ย่อมระงับไป

{๓๙๔} ภิกษุ ปัสสัทธิ ๖ ประการนี้ คือ

๑. เมื่อภิกษุเข้าปฐมฌาน วาจาก็สงบ

๒. เมื่อเข้าทุติยฌาน วิตกวิจารก็สงบ

๓. เมื่อเข้าตติยฌาน ปีติก็สงบ

๔. เมื่อเข้าจตุตถฌาน ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกก็สงบ

๕. เมื่อเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาและเวทนาก็สงบ

๖. ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว ราคะย่อมสงบ โทสะย่อมสงบ โมหะย่อม สงบ”

รโหคตสูตรที่ ๑ จบ


๒. ปฐมอากาสสูตร


ว่าด้วยอากาศ สูตรที่ ๑


{๓๙๕} [๒๖๐] “ภิกษุทั้งหลาย ลมชนิดต่าง ๆ พัดไปในอากาศ

คือ ลมมาจากทิศตะวันออกพัดไปบ้าง ลมมาจากทิศตะวันตกพัดไปบ้าง ลมมาจากทิศเหนือพัดไปบ้าง ลมมาจากทิศใต้พัดไปบ้าง ลมเจือฝุ่นพัดไปบ้าง ลมไม่เจือฝุ่นพัดไปบ้าง ลมหนาวพัดไปบ้าง ลมร้อนพัดไปบ้าง ลมอ่อน ๆ พัดไปบ้าง ลมแรงพัดไปบ้าง แม้ฉันใด

ภิกษุทั้งหลาย เวทนาชนิดต่าง ๆ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเกิดขึ้นในกายนี้ คือ สุขเวทนาเกิดขึ้นบ้าง ทุกขเวทนาเกิดขึ้นบ้าง อทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นบ้าง


สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka