Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 393

<< | หน้าที่ 393 | >>
๑๑. ปฐมโมรนิวาปสูตร


ว่าด้วยอารามปริพาชกชื่อโมรนิวาปะ สูตรที่ ๑


[๑๔๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปริพาชการาม ชื่อ โมรนิวาปะ เขตกรุงราชคฤห์ ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลาย มาตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาค จึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการย่อมมีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ลุล่วงถึงที่สุด และถึงที่สุดแห่งที่สุด ประเสริฐ กว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. สีลขันธ์(กองศีล)ที่เป็นของพระอเสขะ

๒. สมาธิขันธ์(กองสมาธิ)ที่เป็นของพระอเสขะ

๓. ปัญญาขันธ์(กองปัญญา)ที่เป็นของพระอเสขะ

ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แลย่อมมีความสำเร็จสูงสุด มีความ เกษมสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ลุล่วงถึงที่สุด และถึงที่สุดแห่งที่สุด ประเสริฐกว่า เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ปฐมโมรนิวาปสูตรที่ ๑๑ จบ


๑๒. ทุติยโมรนิวาปสูตร


ว่าด้วยอารามปริพาชกชื่อโมรนิวาปะ สูตรที่ ๒


[๑๔๕] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการย่อมมีความสำเร็จ สูงสุด มีความเกษมสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ลุล่วงถึงที่สุด และถึงที่สุดแห่งที่สุด ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. อิทธิปาฏิหาริย์ (ปาฏิหาริย์คือฤทธิ์)

๒. อาเทสนาปาฏิหาริย์ (ปาฏิหาริย์คือการทายใจ)

๓. อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (ปาฏิหาริย์คืออนุศาสนี)


สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka