Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 37

<< | หน้าที่ 37 | >>
เราเรียกภิกษุผู้ไม่มีอาสวะว่า ‘เถระ’

เราเรียกภิกษุนั้นว่า ‘เถระ’ เพราะสิ้นอาสวะทั้งหลาย

ทุติยอุรุเวลสูตรที่ ๒ จบ


๓. โลกสูตร


ว่าด้วยโลก


{๒๓} [๒๓] ภิกษุทั้งหลาย โลก ตถาคตตรัสรู้ แล้ว ตถาคตพรากจากโลก ตถาคต ตรัสรู้เหตุเกิดแห่งโลก ตถาคตละเหตุเกิดแห่งโลกแล้ว ตถาคตตรัสรู้ความดับแห่ง โลก ตถาคตทำให้ประจักษ์ซึ่งความดับแห่งโลก ตถาคตตรัสรู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความ ดับแห่งโลก ตถาคตบำเพ็ญข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับแห่งโลกแล้ว

เพราะตถาคตตรัสรู้รูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ฟัง อารมณ์ที่ได้ทราบ ธรรมารมณ์ ที่รู้แจ้ง ที่ชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้ง สมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ถึง แสวงหา ตรองตามด้วยใจทั้งหมด ฉะนั้น ชาวโลกจึงเรียกว่า ‘ตถาคต’

เพราะตถาคตตรัสรู้ในราตรีใด ปรินิพพานในราตรีใด ในระหว่างนี้ย่อมภาษิต กล่าว แสดงออกซึ่งคำใด คำนั้นทั้งหมดเป็นจริงอย่างนั้นแล ไม่เป็นอย่างอื่น ฉะนั้น ชาวโลกจึงเรียกว่า ‘ตถาคต’

เพราะตถาคตกล่าวอย่างใด ก็ทำอย่างนั้น ทำอย่างใด ก็กล่าวอย่างนั้น ฉะนั้น ชาวโลกจึงเรียกว่า ‘ตถาคต’

๑ โลก หมายถึงทุกขอริยสัจ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๓/๓๐๑)
๒ ตรัสรู้ หมายถึงทำให้ประจักษ์ด้วยอรหัตตมัคคญาณ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๓/๓๐๑)
๓ รูปที่ได้เห็น ในที่นี้หมายถึงรูปายตนะ (อายตนะคือรูป) (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๓/๓๐๑)
๔ เสียงที่ได้ฟัง ในที่นี้หมายถึงสัททายตนะ (อายตนะคือเสียง) (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๓/๓๐๑)
๕ อารมณ์ที่ได้ทราบในที่นี้หมายถึงคันธายตนะ (อายตนะคือกลิ่น) รสายตนะ (อายตนะคือรส) โผฏฐัพพา- ยตนะ (อายตนะคือโผฏฐัพพะ) เพราะเป็นสภาวะที่บุคคลถึงแล้วจึงกำหนดได้ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๓/๓๐๑)
๖ ธรรมารมณ์ที่รู้แจ้ง ในที่นี้หมายถึงธรรมารมณ์มีสุขและทุกข์เป็นต้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๓/๓๐๑)

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka