Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 38

<< | หน้าที่ 38 | >>
เพราะตถาคตเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครข่มเหงได้ เห็นถ่องแท้ แผ่อำนาจไปใน โลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ฉะนั้น ชาวโลกจึงเรียกว่า ‘ตถาคต' ๑

บุคคลใดรู้แจ้งโลกทั้งปวง

ตามความเป็นจริงทั้งหมด

พรากจากโลกทั้งปวง

ไม่มีกิเลสสั่งสมอยู่ในโลกทั้งปวง

บุคคลนั้นแลครอบงำอารมณ์ได้ทั้งหมด

เป็นนักปราชญ์ ปลดเปลื้องกิเลสที่ร้อยรัดได้ทั้งหมด

บรรลุนิพพานที่มีความสงบอย่างยิ่ง

ไม่มีภัยแต่ที่ไหน

บุคคลนี้สิ้นอาสวะ เป็นพุทธะ ๒

ไม่มีทุกข์ ตัดความสงสัยได้

บรรลุความสิ้นกรรมทั้งปวง

หลุดพ้นเพราะสิ้นอุปธิกิเลส

บุคคลนั้นเป็นผู้มีโชค ตรัสรู้

เปรียบเหมือนราชสีห์ที่ยอดเยี่ยม

ประกาศพรหมจักรแก่โลกพร้อมทั้งเทวโลก

เพราะเหตุนั้น เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ที่ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ ๓ มาประชุมกัน

นมัสการพระองค์ผู้ยิ่งใหญ่ ทรงแกล้วกล้า

๑ ดู ที.ปา. ๑๑/๑๘๘/๑๑๗
๒ พุทธะ หมายถึงตรัสรู้อริยสัจ ๔ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๙/๓๔๗)
๓ สรณะ หมายถึงสิ่งที่ทำลาย ขจัด ปัดเป่า บรรเทาทุกข์ภัยและกิเลส การยึดถือพระรัตนตรัยว่าเป็นสรณะ ก็เพื่อเป็นเครื่องช่วยทำลาย ขจัด ปัดเป่าทุกข์ภัย และกิเลสต่าง ๆ ในจิตใจให้หมดสิ้น (ขุ.ขุ.อ.หน้า ๖-๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka