Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 274

<< | หน้าที่ 274 | >>
แวดล้อม ประทับนั่งในวันอุโบสถนั้น ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ผู้นิ่งเงียบ รับสั่งเรียก ภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า

“ภิกษุทั้งหลาย บริษัทนี้เงียบ ปราศจากเสียงสนทนา บริสุทธิ์ ตั้งอยู่ในสาระ ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้เป็นเหมือนบริษัทหาได้ยากแม้เพื่อจะเห็นในโลก ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้ก็เป็นเหมือนบริษัทผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควร แก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้ก็เป็นเหมือนบริษัทที่เขาถวายของน้อยก็มีผลมาก ที่เขาถวายของมากก็มี ผลมากยิ่งขึ้น ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้ก็เหมือนบริษัทที่แม้จะต้องเดินทางไปดูเป็น ระยะทางหลายโยชน์ต้องมีเสบียงทางไปด้วยก็ควรไป

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสงฆ์นี้เห็นปานนี้ คือ

ในภิกษุสงฆ์นี้

๑. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นเทวดาอยู่

๒. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นพรหมอยู่

๓. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นอเนญชาอยู่

๔. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นอริยะอยู่

ภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นเทวดา เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ อยู่ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไป ภิกษุบรรลุทุติยฌาน ฯลฯ อยู่ เพราะปีติจาง คลายไป ภิกษุมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุตติยฌาน ฯลฯ อยู่ เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว ภิกษุ บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ อยู่ ภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นเทวดา เป็นอย่างนี้แล

ภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นพรหม เป็นอย่างไร

๑ ตั้งอยู่ในสาระ หมายถึงตั้งอยู่ในสาระคือศีลเป็นต้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๙๐/๔๐๙)
๒ หมายถึงภิกษุผู้ดำรงอยู่ในจตุตถฌานอันเป็นรูปาวจรหมุนจิตกลับแล้วจึงบรรลุอรหัตตผล (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๙๐/๔๑๐)
๓ หมายถึงภิกษุผู้ดำรงอยู่ในพรหมวิหาร ๔ หมุนจิตกลับแล้วจึงบรรลุอรหัตตผล (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๙๐/๔๑๐)
๔ หมายถึงภิกษุผู้ดำรงอยู่ในอรูปฌาน ๔ หมุนจิตกลับแล้วจึงบรรลุอรหัตตผล (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๙๐/๔๑๐)
๕ ดูข้อความเต็มในข้อ ๑๖๓ (อสุภสูตร) หน้า ๒๒๙ ในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka