Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 366

<< | หน้าที่ 366 | >>
ไม่ได้พิจารณาด้วยปัญญา หรือจักอนุเคราะห์ธรรมที่เราพิจารณาแล้วด้วยปัญญาใน ฐานะนั้น ๆ’ บ้าง สติที่ภิกษุตั้งไว้ดีภายในว่า ‘เราจักถูกต้องธรรมที่เราไม่ได้ถูกต้อง ด้วยวิมุตติ หรือจักอนุเคราะห์ธรรมที่เราถูกต้องแล้วด้วยปัญญาในฐานะนั้น ๆ’ บ้าง พรหมจรรย์มีสติเป็นอธิปไตย เป็นอย่างนี้แล

ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่เรากล่าวว่า ‘เราประพฤติพรหมจรรย์มีสิกขาเป็นอานิสงส์ มีปัญญาเป็นยอด มีวิมุตติเป็นแก่น มีสติเป็นอธิปไตย‘ เรากล่าวเพราะอาศัยเหตุนี้

สิกขานิสังสสูตรที่ ๓ จบ


๔. เสยยาสูตร


ว่าด้วยการนอน


{๒๔๖} [๒๔๖] ภิกษุทั้งหลาย การนอน ๔ ประการนี้

การนอน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. นอนอย่างคนตาย ๒. นอนอย่างคนบริโภคกาม

๓. นอนอย่างราชสีห์ ๔. นอนอย่างตถาคต

นอนอย่างคนตาย เป็นอย่างไร

คือ ส่วนมากคนตายนอนหงาย นี้เรียกว่า นอนอย่างคนตาย

นอนอย่างคนบริโภคกาม เป็นอย่างไร

คือ ส่วนมากคนบริโภคกามย่อมนอนตะแคงซ้าย นี้เรียกว่า นอนอย่างคน บริโภคกาม

นอนอย่างราชสีห์ เป็นอย่างไร

คือ พญาราชสีห์ย่อมสำเร็จการนอนตะแคงขวา ซ้อนเท้าเหลื่อมเท้า สอดหาง เข้าในระหว่างโคนขา มันตื่นขึ้นยืดกายส่วนหน้าแล้วเหลียวดูกายส่วนหลัง ถ้ามัน เห็นกายผิดแปลกหรือไม่ปกติอย่างไรไป มันย่อมเสียใจด้วยเหตุนั้น แต่ถ้าไม่เห็น อะไรผิดปกติ มันย่อมดีใจ นี้เรียกว่า นอนอย่างราชสีห์

๑ อีกประการหนึ่ง หมายถึงเปรต เพราะเปรตมีเนื้อและเลือดน้อย เกี่ยวพันกันด้วยโครงกระดูก จึงไม่อาจ ที่จะนอนตะแคงได้ ดังนั้น จึงต้องนอนหงาย (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๔๖/๔๔๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka