Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 9

<< | หน้าที่ 9 | >>
๗. กามสูตร


ว่าด้วยกาม


[๗] ภิกษุทั้งหลาย โดยมาก สัตว์ทั้งหลายหมกมุ่นอยู่ในกาม กุลบุตรผู้ละเคียวและคานหาบหญ้าออกบวชเป็นบรรพชิต ควรเรียกว่า ‘กุลบุตรผู้มีศรัทธา ออกบวช’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเขาควรได้กามด้วยความเป็นหนุ่ม และกามเหล่านั้นก็มีระดับ คือ กามเลว กามปานกลาง และกามประณีต แต่กามทั้งหมดก็ นับว่า ‘กาม’ ทั้งนั้น

เปรียบเหมือนเด็กอ่อนนอนหงาย เอาชิ้นไม้หรือชิ้นกระเบื้องใส่เข้าไปในปาก เพราะความพลั้งเผลอของพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงพึงใส่ใจในเด็กนั้นทันที รีบนำชิ้นไม้หรือชิ้นกระเบื้องออกโดยเร็ว ถ้าไม่สามารถนำออกโดยเร็วได้ ก็เอามือซ้ายจับโดยเร็ว งอนิ้วมือข้างขวาแล้วแยงเข้าไปนำออกมาทั้งที่ยังมีโลหิต ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะความลำบากนั้นจะมีแก่เด็ก เราไม่กล่าวว่า ‘ไม่มีความลำบาก’ และพี่เลี้ยงผู้หวังประโยชน์เกื้อกูลอนุเคราะห์ พึงทำอย่างนั้นด้วยความอนุเคราะห์ แต่เมื่อใดเด็กนั้น เจริญวัย มีปัญญาสามารถ เมื่อนั้นพี่เลี้ยงก็วางใจในเด็กนั้นว่า ‘บัดนี้ เด็กมีความ สามารถรักษาตนเองได้ ไม่ประมาท’ ฉันใด

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเป็นผู้ที่เราต้องรักษาตลอดเวลา ที่เธอยัง

๑ กาม หมายถึงความใคร่, ความอยาก, สิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ มี ๒ อย่าง คือ (๑) กิเลสกาม กิเลส ที่ทำให้ใคร่ ได้แก่ ราคะ โลภะ อิจฉา(ความอยากได้) เป็นต้น (๒) วัตถุกาม วัตถุอันน่าใคร่ ได้แก่ กามคุณ ๕ (รูป, เสียง, กลิ่น, รส, โผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย) ที่น่าใคร่ น่าพอใจ) (องฺ.ปญฺจก.อ.๓/๗/๒)
๒ กามเลว หมายถึงกามของตระกูลชั้นต่ำซึ่งทุกข์ยากขัดสน ๕ ตระกูล คือ (๑) จัณฑาละ ตระกูลจัณฑาล (๒) เวณะ ตระกูลช่างสาน (๓) เนสาทะ ตระกูลนายพราน (๔) รถการะ ตระกูลช่างรถ (๕) ปุกกุสะ ตระกูลคนขนขยะ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๗/๓) และดู สํ.ส.๑๕/๑๓๒/๑๑๒, องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๑๓/๑๕๑
กามปานกลาง หมายถึงกามของชนชั้นกลาง
กามประณีต หมายถึงกามของชนชั้นปกครอง (องฺ.ปญฺจก.อ.๓/๗/๓)
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka