visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1035 | >>

ชื่อว่าปัจฉิมวัย ฉะนี้แล ครั้นกำหนดจำแนกโดย ๓ วัยเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล้ว จึงยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์ว่า “รูปที่เป็นไปในปฐมวัย ไม่ทันถึงมัชฌิมวัย ก็ดับไปเสียในปฐมวัยนั่นเอง เพราะฉะนั้น รูปนั้นก็เป็นสิ่งไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นไม่มีอัตตา แม้รูปที่เป็นไปในมัชฌิมวัย ไม่ทันถึงปัจฉิมวัย ก็ดับไปเสียในมัชฌิมวัยนั่นเอง เพราะฉะนั้น แม้รูปนั้นก็เป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ถึงแม้รูปที่เป็นไปตลอด ๓๓ ปีในปัจฉิมวัย ชื่อว่า สามารถดำเนินต่อไปได้ภายหลัง แต่ตายแล้วหามีไม่ เพราะฉะนั้น แม้รูปนั้นก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” ดังนี้

จำแนก ๑๐๐ ปี โดยกำหนดช่วงละ ๑๐ ปี

[๗๐๘] ครั้นยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์โดยถึงความแตกดับของรูปที่เติบโตขึ้นตามวัย โดยทางวัยมีปฐมวัยเป็นต้น อย่างนั้นแล้ว โยคาวจรยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์โดยถึงความแตกดับของรูปที่เติบโตขึ้นตามวัย โดยช่วงละ ๑๐ ปี ๑๐ ช่วง เหล่านี้ ต่อไปอีกดังนี้ คือ

๑. มันททสกะ ช่วง ๑๐ ปีของเด็กอ่อน

๒. ขิฑฺฑาทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของการเล่น

๓. วัณฺณทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของผิวพรรณ

๔. พลทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของกำลัง

๕. ปญฺญาทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของปัญญา

๖. หานิทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของความเสื่อม

๗. ปพฺการทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของความโก่ง

๘. วังกทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของความงอ

๙. โมมุหทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของความหลงลืม

๑๐. สยนทสกะ ช่วง ๑๐ ปีของการนอน

ในช่วงละ ๑๐ ปีเหล่านั้น ช่วง ๑๐ ปีแรกของบุคคลผู้มีอายุ ๑๐๐ ปี ชื่อว่าช่วง ๑๐ ปีของเด็กอ่อนก่อน เพราะว่าในช่วง (๑๐) นั้น บุคคลผู้นั้นยังเป็นเด็กอ่อน เด็กเล็กไม่อยู่นิ่ง อีก ๑๐ ปีต่อจากนั้น ชื่อว่าช่วง ๑๐ ปีของการเล่น เพราะในช่วง (๒๐) นั้น บุคคล

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka