visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1132 | >>

วิปัสสนา ก็เกิดขึ้น ทำ นิโรธคือพระนิพพานอันปราศจากสังขาร ไม่มีนิมิต ไม่มีความเป็นไป ให้เป็นอารมณ์ ข้ามพ้นโคตรปุถุชน พ้นการเรียกขานปุถุชน พ้าวลงสู่โคตรพระอริยะ สู่การเรียกขานว่าพระอริยะ สู่ภูมิพระอริยะซึ่งเป็นการรำพึงถึงครั้งแรก คำนึงถึงเป็นครั้งแรก คิดคำนึงถึงเป็นครั้งแรก ในอารมณ์พระนิพพาน ทำให้สำเร็จความเป็นปัจจัยของ (อริย) มรรคโดยอาการ ๖ ประการ คือโดยอนันตรปัจจัย ๑ สมนันตรปัจจัย ๑ อาเสวนปัจจัย ๑ อุปนิสสยปัจจัย ๑ นัตถิปัจจัย ๑ และวิคตปัจจัย ๑ ไม่หวนกลับมาอีก ซึ่ง (เป็นญาณที่) ท่านกล่าวระบุถึงไว้ว่า

“ปัญญาในการหวนกลับด้วยการออกจากสังขารภายนอก เรียกว่าโคตรภูญาณ เป็นอย่างไร ? เรียกว่า โคตรภู เพราะครอบงำความเกิดขึ้น (ของสังขารทั้งหลาย) เรียกว่า โคตรภู เพราะครอบงำความเป็นไป (ของสังขาร) ... เพราะครอบงำความคับแค้นใจ เรียกว่า โคตรภู เพราะครอบงำนิมิตคือสังขารภายนอก เรียกว่า โคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น (ของสังขาร) เรียกว่า โคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความไม่เป็นไป ... ฯลฯ ... สู่ความไม่คับแค้นใจ สู่นิโรธ สู่พระนิพพาน เรียกว่า โคตรภู เพราะครอบงำความเกิดขึ้น (ของสังขาร) แล้วแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น (คือพระนิพพาน)”

พึงขยายความพิสดารด้วยประการฉะนี้

๑๔. มัคคญาณ - ญาณในอริยมรรค

๑. โสดาปัตติมรรคญาณ

[๖๖๗] ในการนั้น มีอุปมาแสดงถึงอาการที่อนุโลมญาณและโคตรภูญาณ แม้ดำเนินไปในวิถีเดียวกัน โดยอาวัชชนะเดียวกัน แต่ดำเนินไปในอารมณ์ต่างๆ กัน ดังต่อไปนี้

อุปมาด้วยบุรุษโดดข้ามคูน้ำ

เหมือนหนึ่งว่าบุรุษผู้ (อยู่ฝั่งข้างนี้) ปรารถนาจะกระโดดข้ามคูน้ำกว้างใหญ่แล้วไปยืน อยู่ ณ ฝั่งภาคข้างโน้น จึงวิ่งมาโดยเร็ว แล้วเหยียดเส้นเชือกที่ผูกห้อยอยู่กับกิ่งของต้นไม้ หรือบัดไม้ค้ำยัน ณ ฝั่งข้างนี้ของคู แล้วโดดขึ้น (ขณะที่) มีการโน้มก้มน้อยเอียง

๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๒๕๙/๔๘๔-๔๘๖

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka