visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1139 | >>

พระสกทาคามีอริยบุคคล

[๖๗๔] ควรทราบไว้ด้วยว่า ผลจิต (สกทาคามิผลจิต) ทั้งหลาย (ก็เกิดขึ้น) แม้ในลำดับของ (สกทาคามิมรรค) ญาณนี้ โดยนัยดังกล่าวไว้แล้ว (ในโสดาปัตติมรรคญาณและโสดาปัตติผลญาณ) เช่นกัน และด้วยอาการเพียงนี้ พระอริยสาวกท่านนี้ก็เป็นพระอริยบุคคลที่ ๔ มีนามว่า พระสกทาคามี เป็นผู้ที่จะกลับมายังโลกนี้ (ด้วยการถือปฏิสนธิ) เพียงครั้งเดียวเท่านั้นแล้วสามารถทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ การสำรวจทบทวนดู (ด้วยปัจจเวกขณะ) ต่อแต่นั้นไป ก็มีนัยดังกล่าวมาแล้วเช่นกัน

๓. อนาคามิมรรคญาณ

อนึ่ง พระสกทาคามีอริยสาวกนั้น ครั้นสำรวจทบทวนดูโดยอาการดังกล่าวแล้ว ยังนั่งอยู่ ณ อาสนะนั้นนั่นเอง หรือในสมัยต่อมา ทำโยคะเพื่อบรรลุภูมิที่ ๓ เพื่อจะละ (สังโยชน์ส่วนล่างอีก ๒ คือ) กามราคะและพยาบาท (ที่เป็นส่วนละเอียด) โดยไม่เหลือ พระอริยสาวกนั้น จึงชุมนุมอินทรีย์ พละ และโพชฌงค์ ทำให้สม่ำเสมอกัน แล้วบดยสังขารนั้นนั่นแล ด้วยญาณกำหนดรู้ว่า “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา” ทบทวนไปมา หยังลงสู่วิถีของวิปัสสนาญาณ (อีกครั้ง) เมื่อพระอริยสาวกนั้น ปฏิบัติโดยอาการอย่างนี้แล้ว ครั้นอนุโลมญาณและโคตรภูญาณเกิดขึ้นโดยอาวัชชนะเดียวกัน ในตอนท้ายของสังขารุเปกขาญาณ โดยนัยดังกล่าวมาแล้วนั่นแล อนาคามิมรรคก็เกิดขึ้นในลำดับโคตรภูญาณ

ญาณ ซึ่งสัมปยุตด้วยอนาคามิมรรคนั้น คือญาณในอนาคามิมรรค ฉะนี้แล

จบ (มรรค) ญาณที่ ๓

พระอนาคามีอริยบุคคล

[๖๗๕] แม้ในลำดับของ (อนาคามิมรรค) ญาณนี้ ก็ควรทราบผลจิตทั้งหลาย (อนาคามิผลจิตที่เกิดขึ้น) โดยนัยดังกล่าวมาแล้วเช่นกัน และด้วยอาการเช่นกล่าวมานี้ พระอริยสาวกท่านนี้ก็เป็น พระอริยบุคคลที่ ๖ มีนามว่า พระอนาคามี เป็นผู้เกิดผุดขึ้น ปรินิพพานในชั้นสุทธาวาสนั้น มีอันไม่กลับมาเป็นธรรมดา กล่าวคือไม่มายัง (มนุษย์) โลกนี้ด้วยการถือปฏิสนธิอีกต่อไป ปัจจเวกขณะ (คือการสำรวจทบทวนดู) ต่อแต่นี้ (อนาคามิผลญาณ) นั้นก็มีนัยดังกล่าวมาแล้วนั่นแล

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka