ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[38] โดยเหตุที่โยคีบุคคลเมื่อตั้งตนไว้ในศีลอันบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยคุณทั้งหลายมีความเป็นผู้มักน้อยเป็นต้น ซึ่งสำเร็จขึ้นด้วยการบำเพ็ญธุดงค์วัตรฉะนี้แล้ว จำต้องจะเจริญสมาธิภาวนาที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ด้วยหัวข้อว่า จิตฺตํ โดยพระบาลีว่า สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ ดังนี้ประการหนึ่งกับอีกประการหนึ่ง โดยเหตุที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงสมาธินั้นไว้อย่างย่อสั้นมาก ไม่ต้องกล่าวถึงที่จะเจริญภาวนา แม้แต่เพียงจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะกระทำได้ง่ายเลย ฉะนั้น บัดนี้ เพื่อที่จะแสดงสมาธินั้นอย่างพิสดาร และเพื่อที่จะแสดงวิธีเจริญสมาธินั้น จึงขอตั้งปัญหาธรรมเป็นมาตรฐานขึ้นไว้ดังต่อไปนี้ คือ
1. อะไร ชื่อว่าสมาธิ
2. ที่ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่ากระไร
3. อะไร เป็นลักษณะ เป็นรส เป็นอาการปรากฏ และเป็นปทัฏฐานของสมาธิ
4. สมาธิ มีกี่อย่าง
5. อะไร เป็นความเศร้าหมองของสมาธิ
6. อะไร เป็นความผ่องแผ้วของสมาธิ
7. สมาธินั้น จะพึงเจริญภาวนาอย่างไร และ
8. อะไร เป็นอานิสงส์ของสมาธิภาวนา