ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ฝ่ายอุบาสิกาได้ยืนคอยทางอยู่เสมอด้วยคิดว่า พระเถระน้องชายของเราคงจะพาบุตรของเรามาเดี๋ยวนี้ ครั้นได้เห็นพระเถระมาแต่รูปเดียวเท่านั้นก็คิดคุ้นว่า บุตรของเราชะรอยจะถึงแก่มรณภาพเสียแล้ว พระเถระนี้จึงได้มาแต่ลำพังรูปเดียว แล้วจึงได้ร้องไห้รำพันต่าง ๆ ล้มฟุบลงที่แทบเท้าของพระเถระ พระเถระรู้ทันว่า พระหนุ่มไม่ยอมแสดงตนให้ใคร ๆ ทราบแล้วหลบไปเสีย เพราะเป็นผู้มีความมักน้อยแน่นอน จึงปลอบโยนอุบาสิกาพี่สาวให้เบาใจ แล้วเล่าเรื่องความเป็นไปให้ทราบหมดทุกอย่าง พลางล้วงเอาผ้าสาฎกผืนที่ภิกษุหนุ่มถวายนั้นออกจากกลักบาตรแสดงให้ดูเป็นพยาน
อุบาสิกาเกิดความเลื่อมใสในบุตร ผินหน้าไปทางทิศที่บุตรอยู่แล้วนอนพังพาบลง นมัสการพลางกล่าวสรรเสริญว่า พระผู้มีพระภาคชะรอยจะทรงทำภิกษุผู้มีปฏิปทาเหมือนบุตรของเรานี้เองให้เป็นพยานทางกาย แล้วจึงได้ทรงแสดงปฏิปทาในรถวินีตสูตร ปฏิปทาในนาลกสูตร ปฏิปทาในตุวัฏฏกสูตร และมหาอริยวังสปฏิปทา อันประกาศถึงความสันโดษในปัจจัย 4 และความเป็นผู้ยินดีในการเจริญภาวนา บุตรของเราแม้มาฉันในเรือนของมารดาผู้บังเกิดเกล้าแท้ ๆ ถึงสามเดือน ไม่ปริปากพูดเลยว่า อาตมาเป็นบุตร ท่านเป็นมารดา บุตรของเราเป็นมนุษย์น่าอัศจรรย์จริง ๆ ฉะนี้
ภิกษุผู้มีปฏิปทาเห็นปานฉะนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงตระกูลอุปัฏฐากอื่นละที่จะมาเป็นเครื่องกังวล แม้แต่มารดาบิดาก็ไม่ต้องเป็นเครื่องกังวลเสียแล้ว ด้วยประการฉะนี้