ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๓. โมหจริยา ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจโมหะ
๔. สัทธาจริยา ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจศรัทธา
๕. พุทธิจริยา ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจปัญญา
๖. วิตกจริยา ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจวิตก
แต่เกจิอาจารย์ประสงค์เอาจริยาถึง ๑๔ อย่าง โดยบวกจริยา ๘ เข้าด้วย ดังนี้ คือ จริยาอื่นอีก ๔ ด้วยอำนาจการคละกันและต่อกันของราคจริยาเป็นต้น คือ ราคโทสจริยา ๑ ราคโมหจริยา ๑ โทสโมหจริยา ๑ ราคโทสโมหจริยา ๑ และจริยา ๔ อย่างอื่นอีกด้วยอำนาจการคละกันและต่อกันของสัทธาจริยาเป็นต้น คือ สัทธา-พุทธิจริยา ๑ สัทธาวิตกจริยา ๑ พุทธิจิตกจริยา ๑ สัทธาพุทธิจิตกจริยา ๑
แต่เมื่อจะกล่าวประเภทแห่งจริยา ด้วยอำนาจการคละกันและต่อกันอย่างนี้แล้ว จริยาก็จะมีเป็นอเนกประการ โดยยกเอาราคจริยาเป็นต้นมาคละกันกับสัทธาจริยาเป็นต้น ความสำเร็จแห่งอรรถาธิบายที่ประสงค์ก็จะไม่พึงมี เพราะฉะนั้น นักศึกษาพึงเข้าใจแต่โดยสังเขปว่า จริยามีเพียง ๖ อย่างเท่านั้น
คำว่า จริยา ๑ ปกติ ๑ ความหนาแน่น ๑ โดยใจความเป็นอันเดียวกัน และด้วยอำนาจแห่งมูลจริยา ๖ อย่างนั้น บุคคลจึงมี ๖ ประเภทเหมือนกัน ดังนี้
๑. ราคจิตบุคคล คนราคจริต
๒. โทสจิตบุคคล คนโทสจริต
๓. โมหจิตบุคคล คนโมหจริต
๔. สัทธาจิตบุคคล คนศรัทธาจริต
๕. พุทธิจิตบุคคล คนพุทธิจริต และ
๖. วิตกจิตบุคคล คนวิตกจริต