ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๖. การสมาคมกับคนผู้มีกายสงบ
๗. การน้อมจิตไปในปัสสัทธินั้น
ธรรม ๑๑ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้สมาธิสัมโพชฌงค์เกิดขึ้น คือ
๑. ร่างกายและเครื่องใช้สะอาด
๒. ความฉลาดในนิมิตกับกัมมัฏฐาน
๓. การปรับอินทรีย์ ๕ ให้สู่ความสมดุล
๔. การข่มจิตในสมัย
๕. การยกจิตในสมัย
๖. การพยุงจิตที่เบื่อหน่ายให้ร่าเริงด้วยอำนาจความเชื่อและความสลดใจ
๗. การวางเฉยต่อจิตที่เป็นไปโดยชอบแล้ว
๘. การหลีกเว้นคนผู้ไม่มีสมาธิ
๙. การสมาคมกับคนผู้มีสมาธิ
๑๐. การพิจารณาเฉพาะฌานและวิโมกข์
๑๑. การน้อมจิตไปในสมาธินั้น
ธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้อุเบกขาสัมโพชฌงค์เกิดขึ้น คือ
๑. ความเป็นกลาง ๆ ในสัตว์บัญญัติ
๒. ความเป็นกลาง ๆ ในสังขารทั้งหลาย
๓. การหลีกเว้นคนผู้มีความสาละวนในสัตว์และสังขาร
๔. การสมาคมกับคนเป็นกลาง ๆ ในสัตว์และสังขาร
๕. การน้อมจิตไปในอุเบกขานั้น
โยคีบุคคลเมื่อยังธรรมเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอยู่ ด้วยอาการทั้งหลายเหล่านี้ ชื่อว่าเจริญสัมโพชฌงค์ ๓ ประการมีปัสสัทธิสัมโพชฌงค์เป็นต้นให้เกิดขึ้น ฉะนี้ โยคีบุคคลย่อมข่มจิตในสมัยที่ควรข่มด้วยประการฉะนี้