visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 243 | >>

แม้ประสงค์จะยั้งตัวไว้ ก็ไม่สามารถเพื่อจะยันเท้าที่ขอบเหว ย่อมจะตกไปในเหวเลยทีเดียว ฉันใด ชวนจิตก็ไม่อาจที่จะเป็นอัปปนาได้ในชวนจิตดวงที่ ๖ หรือดวงที่ ๗ เพราะเหตุที่อยู่ใกล้ต่อภวังค์ ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น นักศึกษาพึงเข้าใจเถิดว่า อัปปนาจิตย่อมมีในชวนจิตดวงที่ ๔ หรือดวงที่ ๕ นั้นถูกต้องแล้ว

อัปปนาเกิดชั่วขณะจิตเดียว

ก็แหละ อัปปนานั้นเกิดขึ้นชั่วขณะจิตเดียวเท่านั้น อธิบายว่า ใน ๗ ฐานะ ย่อมไม่มีขีดขั้นกาลเวลา คือ ขณะอัปปนาจิตเกิดที่แรก ๑ ขณะโลกียอภิญญาทั้งหลาย ๑ ขณะมรรคทั้งสี่ ๑ ขณะผลเกิดต่อจากมรรค ๑ ขณะภวังคมานในรูปภพและอรูปภพ ๑ ขณะนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติเป็นปัจจัยแก่ นิโรธสมาบัติ ๑ ขณะผลสมาบัติของท่านผู้้ออกจากนิโรธ ๑

ในฐานะทั้ง ๗ นั้น ขณะผลเกิดต่อจากมรรค ย่อมไม่เกินกว่า ๓ ขณะจิต ขณะนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติเป็นปัจจัยแก่นิโรธสมาบัติ ย่อมไม่เกิน ๒ ขณะจิต ปริมาณมากน้อยของภวังคมานในรูปภพและอรูปภพไม่มี ในฐานะที่เหลือ ๔ ฐานะ มีเพียงขณะจิตเดียวเท่านั้น

ฉะนี้ อัปปนาจึงเกิดขึ้นชั่วขณะจิตเดียวเท่านั้น แต่นั้นก็ตกภวังค์ ครั้นแล้วอาวัชชนจิตตัดภวังคเกิดขึ้นเพื่อพิจารณาฌาน แต่นั้นชวนจิตก็ทำหน้าที่พิจารณาฌานต่อไป

อธิบายการบรรลุปฐมฌาน

ก็แหละ ด้วยลำดับแห่งภาวนาวิธีมีประมาณเพียงเท่านี้ เป็นอันว่าโยคีบุคคลนั้นบรรลุแล้วซึ่งปฐมฌาน อันมีวิตกมีวิจารมีปีติและสุขอันเกิดแต่ความสงัด เพราะสงัดแล้วแน่นอนจากกามทั้งหลาย เพราะสงัดแล้วแน่นอนจากอกุศลธรรมทั้งหลาย ปฐมฌานอันมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ซึ่งละองค์ ๕ ประกอบด้วยองค์ ๕ มีความงาม ๓ สมบูรณ์ด้วยลักษณะ ๑๐ ย่อมเป็นอันโยคีบุคคลนั้นได้บรรลุแล้วด้วยประการฉะนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka