ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
จริงอยู่ ฌานนี้เป็นเครื่องสลัดทิ้งซึ่งกามทั้งหลายแน่นอน เพราะเป็นปฏิปักษ์เครื่องก้าวล่วงซึ่งกามธาตุด้วย เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อกามราคะด้วย สมกับที่ทรงแสดงไว้ว่า “เนกฺขมฺมํ คือฌานนั่นแหละ เป็นเครื่องสลัดทิ้งซึ่งกามทั้งหลาย”
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ในบทหลังก็ต้องยกเอา เอว อักษรมาแสดงประกอบไว้ด้วยเหมือนอย่างที่ท่านยกมาแสดงประกอบไว้ในคำนี่ว่า “อิธิย ธิคุณฺเ, สมฺโภ, อิธิ ทุกฺขิโย สมฺโภ” ความว่า ภิกษุทั้งหลาย สมณะที ๑ มีในศาสนานี้เท่านั้น สมณะที่ ๒ ก็มีในศาสนานี้เท่านั้น ทั้งนี้ เพราะว่าใคร ๆ ก็ตาม ที่ยังไม่สลัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย กล่าวคือนิวรณ์แม้ข้ออื่น ๆ จากกามนั่นแหละ ก็ไม่สามารถเพื่อที่จะบรรลุถึงฌานได้เลย เพราะเหตุนั้น เอว อักษรนี้ นักศึกษาพึงทราบว่าประกอบไว้ในบททั้งสองว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺเจว อกุสเลหิ ธมฺเมหิ
อนึ่ง ด้วยคำว่า วิวิจฺจ ที่แปลว่าสงัดแล้วนี้ อันเป็นคำร่วมกันในทั้งสองบท ย่อมสงเคราะห์เอาวิวกคือความสงัดแม้หมดทุกอย่าง คือ วิเวก ๕ มีทั้งกายวิเวกเป็นต้น แต่กระนั้น ณ ที่นี้นักศึกษาพึงเข้าใจว่า หมายเอาเพียงวิเวก ๓ อย่าง คือ กายวิเวก ความสงัดกาย ๑ จิตตวิเวก ความสงัดใจ ๑ วิกขัมภนวิเวก ความสงัดเพราะข่มกิเลสไว้ ๑
ก็แหละ ด้วยบทว่า กาเมหิ ที่แปลว่า จากกามทั้งหลายนี้ วัตถุกามเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ในคัมภีร์มหานิทานโดยนัยมีอาทิว่า “วัตถุกามทั้งหลายเป็นไฉน? วัตถุกามทั้งหลาย คือ รูปทั้งหลายอันเป็นที่รักเป็นที่เจริญใจ...” และกิเลสกามเหล่าใด ที่ทรงแสดงไว้ในคัมภีร์มหานิทานนั้นแหละ และในคัมภีร์วิภังค์ นักศึกษาพึงทราบว่าสงเคราะห์เอาทั้งวัตถุกามและกิเลสกามเหล่านั้นทั้งหมดด้วยประการฉะนี้