visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 247 | >>

อธิบายกิเลสกาม

ส่วนในฝ่ายกิเลสกามนั้น กามฉันทะซึ่งมีประเภทเป็นอันมาก เช่น ฉันทะและราคะ เป็นต้นนั่นเทียว ท่านประสงค์เอาว่า กาม แหละกามนั้น แม้ถึงจะนับเนื่องอยู่ในอกุศลธรรมแล้วก็ตาม แต่พระผู้มีพระภาคทรงแยกไว้ต่างหากโดยความเป็นปฏิปักษ์แก่ฌาน ดังในคัมภีร์วิภังค์โดยนัยมีอาทิว่า “ในบรรดาอกุศลธรรมเหล่านั้น กามเป็นไฉน? ฉันทะชื่อว่ากาม”

อีกประการหนึ่ง ในบทต้น ท่านแสดงกามไว้โดยความเป็นกิเลสกาม ในบทที่ ๒ ท่านแสดงไว้ด้วยเป็นสภาพที่นับเนื่องอยู่ในอกุศลธรรม แหละเพราะกามนั้นมีประเภทเป็นอันมาก ท่านจึงไม่แสดงเป็นเอกพจน์ว่า กามโต จากกาม แต่แสดงเป็นพหูพจน์ว่า กาเมหิ จากกามทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้

องค์ฌาน ๕ เป็นปฏิปักษ์แก่นิวรณ์ ๕

แหละถึงแม้ว่าธรรมทั้งหลายอื่น ๆ เช่นกุศลจิตเป็นต้น มีภาวะเป็นอกุศลมีอยู่ แต่ในคัมภีร์วิภังค์ พระผู้มีพระภาคตรัสเอาเฉพาะนิวรณ์ทั้งหลายเท่านั้น โดยที่ทรงแสดงถึงภาวะที่เป็นปฏิปักษ์แก่องค์ฌานทั้งหลายต่อ ๆ ไป โดยนัยมีอาทิว่า “ในบรรดาธรรมเหล่านั้นอกุศลธรรมเป็นไฉน? อกุศลธรรมได้แก่กามฉันทะ...”

จริงอยู่ นิวรณ์ทั้งหลายเป็นข้าศึกแห่งองค์ฌาน องค์ฌานทั้งหลายนั่นแหละก็เป็นปฏิปักษ์แก่นิวรณ์เหล่านั้น คือเป็นเครื่องกำจัด เป็นเครื่องทำลายนิวรณ์เหล่านั้น เป็นความจริงเช่นนั้น ท่านพระมหากัจจายนะแสดงไว้ในคัมภีร์เปฏกะว่า ๑. สมาธิ เป็นปฏิปักษ์แก่ กามฉันทะ ๒. ปีติ เป็นปฏิปักษ์แก่ พยาปาทะ ๓. วิตก เป็นปฏิปักษ์แก่ ถีนมิทธะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka