ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
แต่เพราะเหตุที่ในพระบาลีแห่งปฏิสัมภิทามรรค ท่านแสดงไว้ว่า จิตที่ถึงเอกภาพแล้ว จึงจะเป็นอันแล่นไปสู่ความบริสุทธิ์แห่งปฏิปทา จึงเป็นอันเจริญได้ที่แล้วด้วยอุเบกขา และจึงจะเป็นอันร่าเริงแล้วด้วยญาณ ดังนี้ ฉะนั้น นักศึกษาพึงเข้าใจว่า ความบริสุทธิ์แห่งปฏิปทาจะมีได้ด้วยอำนาจที่มาถึงภายในอัปปนาสมาธิเท่านั้น ความเจริญได้ที่แห่งอุเบกขาจะมีได้ด้วยการทำกิจของตัตรมัชฌัตตอุเบกขา และความร่าเริงใจจะมีได้ด้วยอำนาจความสำเร็จแห่งการทำกิจของญาณอันทำให้ผ่องใส
ถาม - ข้อนี้ มีอรรถาธิบายอย่างไร ?
ตอบ - มีอรรถาธิบายว่า ในวาระที่อัปปนาสมาธิเกิดขึ้น จิตจึงจะบริสุทธิ์จากกลุ่มกิเลสคือนิวรณ์อันเป็นข้าศึกของฌานนั้น เพราะจิตเป็นสภาพที่บริสุทธิ์แล้ว จึงจะผลิกผันจากนิวรณ์เครื่องกั้น ดำเนินไปสู่สมณนิมิตอันเป็นกลาง สมณนิมิตอันเป็นกลางนั้นได้แก่อัปปนาสมาธิที่เป็นไปโดยสม่ำเสมอนั่นเอง
ก็แหละ จิตดวงก่อน ซึ่งเป็นอนันตรปัจจัยแก่อัปปนาจิตนั้น ได้แก่โคตรภูจิต กำลังเข้าไปสู่สภาวะที่แท้ ชื่อว่า ดำเนินไปสู่สมณนิมิตอันเป็นกลาง ด้วยนัยที่แปรไปแห่งสันตติเพียงอันเดียว เพราะจิตดำเนินไปด้วยอาการอย่างนี้ ชื่อว่า แล่นไปในสมณนิมิตนั้นด้วยการดำเนินเข้าสู่สภาวะที่แท้ นักศึกษาพึงเข้าใจถึงความบริสุทธิ์แห่งปฏิปทาอันให้สำเร็จอาการที่บริสุทธิ์จากอันตรายเป็นต้นซึ่งมีอยู่ในจิตดวงก่อนแห่งอัปปนาจิต ด้วยอำนาจที่มาถึงในอุปปาทขณะแห่งปฐมฌาน