visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 375 | >>

อีกประการหนึ่ง โลกุตตรธรรมทั้ง ๙ ประการ อันพระอริยบุคคลใด ๆ ได้บรรลุแล้ว พระอริยบุคคลนั้น ๆ จะพึงเห็นเองด้วยปัจจเวกขณญาณ โดยยกเลิกซึ่งภาวะที่จะพึงถึงด้วยการเชื่อผู้อื่นเสียได้ เพราะฉะนั้น โลกุตตรธรรม ๙ นั้น จึงชื่อว่าเป็นธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง

อีกนัยหนึ่ง ทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญ ชื่อว่า สนฺทิฏฺฐิ โลกุตตรธรรมย่อมชนะกิเลสด้วยทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญ เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า สนฺทิฏฺฐิโก ชนะกิเลสด้วยทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญ เป็นความจริงอย่างนั้น ในบรรดาโลกุตตรธรรมนั้น อริยมรรค ย่อมชนะกิเลสทั้งหลาย ด้วยทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญซึ่งประกอบกับตน อริยผล ย่อมชนะกิเลสทั้งหลาย ด้วยทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญซึ่งเป็นเหตุของตน นิพพาน ย่อมชนะกิเลสทั้งหลาย ด้วยทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญซึ่งเป็นวิสัยของตน เพราะเหตุนั้น โลกุตตรธรรมทั้ง ๙ ประการ ย่อมชนะด้วยทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญ ดังนั้น จึงเรียกว่า สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ชนะด้วยทชฺชูอันพระอริยเจ้าสรรเสริญ เหมือนอย่างบุคคลชนะด้วยรถ เขาเรียกว่า รถิโก ผู้ชนะด้วยรถ ฉะนั้น

อีกนัยหนึ่ง ความเห็นเรียกว่า ทิฏฐิ ทิฏฐิศัพท์นั้นแหละได้รูปเป็น สนฺทิฏฐิ แปลว่าความเห็น ธรรมโดยย่อมควรซึ่งการเห็น ธรรมนั้นชื่อว่า สนฺทิฏฺฐิโก ควรซึ่งการเห็น จริงอยู่ โลกุตตรธรรมที่โยคีบุคคลเห็นด้วยสามารถการรู้โดยภาวนา และด้วยสามารถการรู้โดยการกระทำให้แจ้งเท่านั้น จึงจะห้ามวัฏฏภัยได้ เพราะเหตุนั้น โลกุตตรธรรมย่อมควรซึ่งการเห็น ดังนั้น จึงชื่อว่า สนฺทิฏฺฐิโก ควรซึ่งการเห็น เหมือนบุคคลควรซึ่งผ้า เขาเรียกว่า วตฺถิโก ผู้ควรซึ่งผ้า ฉะนั้น

๓. อธิบายบท อกาลิโก

[๑๔๙] พระธรรมนั้นไม่มี กาล หมายถึงให้ผลของตน ฉะนั้นจึงชื่อว่า อกาโล อกาลนั้นแหละได้รูปเป็น อกาลิโก อธิบายว่า พระธรรมนั้นรอกาลอันต่างออกไปเป็น ๕ วันและ ๗ วันเป็นต้นให้สิ้นสุดไปแล้วจึงให้ผล กิหามิได้ แต่ให้ผลต่อลำดับจากที่ตนเกิดเลยทีเดียว

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka