ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
มากล้นไปด้วยปีติและปราโมทย์ จักห้ามเสียได้ซึ่งโทษภัยอันน่ากลัว เป็นผู้สามารถอดกลั้นได้ต่อทุกขเวทนา ย่อมได้ความมั่นใจว่าได้อยู่ร่วมกับพระธรรม แหละแม้สรีระร่างของเธออันธัมมคุณานุสสติครอบครองแล้ว ย่อมกลายเป็นสิ่งควรแก่การบูชา เป็นเสมือนเรือนพระเจดียสถานฉะนั้น จิตย่อมน้อมไปเพื่ออันบรรลุธรรมชั้นยอดเยี่ยม แหละเมื่อเธอระลึกอยู่เนือง ๆ ถึงความที่พระธรรมเป็นธรรมดี ในคราวประจวบเข้ากับวัตถุที่จะพึงล่วงละเมิด หิริและโอตตัปปะย่อมจะปรากฏเฉพาะหน้า ก็แหละ เมื่อเธอยังจะไม่ได้แทงตลอดธรรมเบื้องสูงขึ้นไป (ในชาตินี้) ย่อมจะเป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
เพราะเหตุนั้นแล โยคาวจรบุคคลผู้มีปัญญาดี พึงบำเพ็ญความไม่ประมาทในธัมมานุสสติภาวนา ซึ่งมีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดังพรรณนามานี้ในกาลทุกเมื่อ เทอญ
กล่าวอุทิสดารในธัมมานุสสติกัมมัฏฐาน ยุติลงเพียงเท่านี้
[๑๕๔] เมื่อโยคีบุคคลผู้ประสงค์ที่จะเจริญสังฆานุสสติกัมมัฏฐาน ไปในที่ลับหลีกเร้นอยู่ ณ เสนาสนะอันสมควร พึงระลึกเนือง ๆ ถึงคุณทั้งหลายของพระอริยสงฆ์อย่างนี้ว่า :-
คู่แห่งบุรุษ ๔ บรุษบุคคล ๘ นี้คือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค
๑. สุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติดี
๒. อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง
๓. ญายปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อนิพพาน
๔. สามีจิปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติสมควร
๕. อาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรแก่ของบูชา
๖. ปาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ
๗. ทกฺขิเณยฺโย เป็นผู้ควรแก่ของทำบุญ