ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
วันและคืนล่วงไป ชีวิตพลอยดับไปด้วย อายุของสัตว์ค่อยสิ้นไป ดังน้ำแห่งแม่น้ำน้อยค่อยแห้งไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมีภัยแต่ความตายเป็นเที่ยงแท้แน่นอน ดุจผลไม้ทั้งหลายที่สุกแล้วย่อมมีภัยแต่ความหล่นในเวลาเช้า ฉะนั้น
อนึ่ง เหมือนภาชนะดินที่ช่างหม้อทำขึ้น ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ทั้งสุกทั้งดิบ ทุกอย่างล้วนมีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็เป็น ฉันนั้น
หยาดน้ำค้างที่ยอดหญ้า พอพระอาทิตย์ขึ้นไปก็ตกไป ฉันใด อายุของสัตว์ทั้งหลายก็เป็น ฉันนั้น คุณแม่จ๋า คุณแม่อย่าห้ามผมเลย ความตายมาพร้อมกับความเกิด ประดุจเพชฌฆาตที่เงื้อดาบ ด้วยประการฉะนี้
อนึ่ง ความตายนั้นย่อมคร่าเอาชีวิตถ่ายเดียว ครั้นคร่าเอาไปแล้วก็มิได้ปล่อยให้กลับคืนมา ดังเพชฌฆาตกวัดแกว่งดาบอยู่ที่คอฉะนั้น เพราะเหตุนั้น แม้ความตายจึงชื่อว่าปรากฏดั่งเพชฌฆาตเงื้อดาบ เพราะมาพร้อมกับความเกิดและเพราะคร่าชีวิตไป ดังนี้แล พระโยคาวจรพึงระลึกถึงความตายโดยปรากฏดั่งเพชฌฆาต ด้วยประการฉะนี้
[๑๗๐] คำว่า โดยวินิบัติจากสมบัติ มีอธิบายว่า ขึ้นชื่อว่าสมบัติในโลกนี้ย่อมจงงามอยู่ได้ชั่วเวลาที่วิบัติยังไม่ครอบงำ แต่ขึ้นชื่อว่าสมบัติจะถึงพ้นความวิบัติตรังอยู่ได้หามิไม่ จริงอย่างนั้น
แม้พระเจ้าโศกมหาราช ทรงปกครองแผ่นดินทั้งสิ้น ทรงสละพระราชทรัพย์ตั้งร้อยโกฏิ ทรงเป็นผู้มีความสุขในบั้นปลาย ถึงความเป็นใหญ่แห่งวัตถุเพียงผลมะขามป้อมครึ่งผลด้วยทั้งเรือนร่างนั่นแล แม้เมื่อท้าวเธอทรงสิ้นบุญแล้ว พระองค์ก็ทรงบ่ายพระพักตร์ ต่อมรณะ ก็ต้องมาถึงซึ่งความโศกเศร้า