ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ความเคารพและความสรรเสริญ เช่น ความมีมรรยาทงาม การมีความรู้อย่างกว้างขวางของพระอาจารย์ หรือท่านผู้เสมอด้วยพระอาจารย์ และของพระอุปัชฌาย์ หรือท่านผู้เสมอด้วยพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นที่รักเป็นที่เจริญใจ หรือเป็นที่น่าเคารพน่าสรรเสริญของตน เป็นเบื้องต้นเสียก่อน ครั้นแล้วจึงเจริญเมตตาไปในท่านผู้นั้นที่รักเป็นที่เคารพนั้นต่อไป ด้วยบทภาวนาว่า
เอส สปุริโส สุขิโต โหตุ, นิทุกฺขุโข โหตุ.
ขอท่านผู้เป็นสัตบุรุษนั้นจงมีความสุขเถิด, จงอย่ามีความทุกข์เลย
หรืออีกแบบหนึ่งว่า
เอส สปุริโส อเวโร โหตุ, อพฺยาปชฺโฌ โหตุ,
อนีโฆ โหตุ, สุขี อตฺตานํ ปริหรตุ.
ขอท่านผู้เป็นสัตบุรุษนั้น จงอย่ามีเวรกับใคร ๆ เลย, จงอย่าได้เบียดเบียนใคร ๆ เลย, จงอย่าได้มีความทุกข์เลย, ของจงมีความสุขประคองตนไปให้รอดเถิด
ทั้งนี้ โดยการเพียรภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าร้อยครั้งพันครั้งหรือจนกว่าอัปปนาสมาธิหรือเมตตามานะจะบังเกิดขึ้น
แม้อัปปนาสมาธิจะได้สำเร็จขึ้น เพราะเหตุที่ได้เจริญเมตตาภาวนาไปในบุคคลผู้เป็นที่รักเป็นที่เคารพเช่นนั้นแล้วก็ดี แต่โยคีบุคคลก็มิใช่ได้พอใจด้วยเหตุที่ได้สำเร็จผลเพียงเท่านั้น จงปรารถนาที่จะทำเมตตาให้เป็นสีมาสัมเภทต่อไปอีก กล่าวคือ ถัดจากคนที่รักที่เคารพนั้น โยคีบุคคลพึงเจริญเมตตาไปในเพื่อนที่รักมากเป็นลำดับที่สาม ถัดนั้นพึงเจริญไปในคนที่เป็นกลาง ๆ เป็นลำดับที่สี่ ถัดนั้นพึงเจริญไปในคนที่เป็นคู่เวรกันเป็นลำดับที่ห้า โดยเพียรภาวนาไปจนกว่าเมตตาจะบังเกิดเป็น