ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ก็แหละ เพื่อที่จะแสดงความเรื่องนี้ให้ชัดเจนเด่นชัดขึ้นอีก โยคีบุคคลจงตรวจดูอาฆาตปฏิวินยสูตร ในปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ซึ่งมีใจความเป็นต้นว่า
“อาวุโส อุบายสำหรับบรรเทาความอาฆาต ๕ ประการเหล่านี้ ที่ภิกษุพึงใช้บรรเทาความอาฆาตที่เกิดขึ้นแล้วให้ดับไปโดยประการทั้งปวง ...”
[๒๔๕] แม้ว่าโยคีบุคคลจะได้พยายามบรรเทาความอาฆาตเคียดแค้นด้วยอุบายวิธีดังกล่าวเป็นอย่างดีแล้ว แต่ความอาฆาตเคียดแค้นก็ยังเกิดขึ้นอยู่ร่ำไป แต่นั้นโยคีบุคคลจงเปลี่ยนวิธีใหม่ กล่าวคือ จงพยายามพร่ำสอนตนด้วยอุบายวิธีดังต่อไปนี้
๑. ก็เมื่อคนผู้เป็นคู่เวรทำทุกข์ให้แก่เจ้าได้ก็แต่ตรงที่ร่างกายของเจ้า เหตุไฉนเจ้าจึงปรารถนาที่จะหอบเอาความทุกข์นั้นเข้ามาใส่ไว้ในจิตใจของตน อันมิใช่วิสัยที่คนคู่เวรจะพึงทำให้ได้เล่า
๒. หมู่ญาติซึ่งเป็นผู้อุปการคุณเป็นอันมาก ทั้ง ๆ ที่มีหน้าชุ่มโชกอยู่ด้วยน้ำตาเจ้าก็ยังอุตส่าห์ละทิ้งเขามาได้ ก็เหตุไฉน จึงจะละไม่ได้ซึ่งความโกรธ อันเป็นตัวศัตรูผู้ทำความพินาศให้อย่างใหญ่หลวงเล่า
๓. เจ้าจงอุตส่าห์รักษาศีลเหล่าใดได้ แต่เจ้าก็ได้พะนอเอาความโกรธ อันเป็นเครื่องตัดรากศีลเหล่านั้นไว้ด้วย ใครเล่าที่จะโง่เขลาเหมือนเจ้า
๑ ดูเทียบ อง. ปญฺจก. (ไทย) ๒๒/๑๖๑/๒๖๕