ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ไม่เบียดเบียนใคร ๆ ด้วยประการใด เราก็จะปฏิบัติด้วยประการนั้น”๑
ในขันติวาทีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นขันติวาทีดาบส เมื่อพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงครองแว่นแคว้นกาสีผู้มั่งเขลา พระนามว่าพระเจ้ากาลาพ ได้ตรัสถามพระโพธิสัตว์ขันติวาทีดาบสว่า “สมณะ ! พระผู้เป็นเจ้าบำถือภาวะอะไร ?” พระโพธิสัตว์ทูลตอบว่า “อาตมภาพนับถือขันติวาทะ คือนับถือความอดทน” ที่นั้นพระเจ้ากาลาพ ได้ทรงรับสั่งให้เฆี่ยนพระโพธิสัตว์ด้วยแส้หางนางเหล็กเป็นการพิสูจน์ จนในที่สุดถูกตัดมือและเท้า แต่แล้วพระโพธิสัตว์ก็มิได้ทำความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย
การที่พระโพธิสัตว์เป็นผู้ใหญ่แล้วและดำรงอยู่ในเพศบรรพชิต สามารถอดกลั้นได้เหมือนเช่นพระเจ้าสีลวะและขันติวาทีดาบสนั้น ยังไม่เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์เท่าไหร่นัก ส่วนในจูฬธรรมปาลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นธรรมปาลกุมาร ทรงเป็นทารกยังนอนหงายอยู่เทียว ถูกพระเจ้ามหาปตาปะผู้เป็นพระปิตา มีพระราชบัญชาให้ตัดพระหัตถ์และพระบาททั้ง ๔ ดูว่าให้ตัดหน่อไม้ในขณะที่พระมารดาทรงพิโรธคร่ำครวญอยู่ว่า:-
“ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ แขนทั้งสองของพ่อธรรมปาละ ผู้เป็นรัชทายาทในแผ่นดิน ซึ่งได้ทาแล้วด้วยรสแห่งจันทน์หอม กำลังจะขาดไปอยู่แล้ว หม่อมฉันจะหาชีวิตมิได้อยู่แล้วละเพคะ”
๑ ดูเทียบ ขุ. ชา. (ไทย) ๒๗/๔๑/๒๒
๑ ดูเทียบ ขุ. ชา. (ไทย) ๒๗/๔๘/๑๖๖
๒ ขุ. ชา. (ไทย) ๒๗/๑๗๑/๔๙/๒๐๘