ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
มา ณ ที่นี้แล้วทำแก่เราอย่างนี้ มิใช่เป็นด้วยอำนาจของท่านเอง ดังนั้น การพยายามทำเช่นนี้ ท่านทำเพื่อพระราชาองค์ใด ? หรือเพื่อมหาอำมาตย์คนใดหรือ๑ ?”
ก็แหละ ครั้นพระโพธิสัตว์พญาช้างฉัททันต์ถามอย่างนี้แล้ว นายพรานก็ได้ตอบออกมาตามความสัตย์จริงว่า “ท่านผู้เจริญ พระราชเทวีของพระเจ้ากาสีได้ทรงส่งข้าพเจ้ามาเพื่อต้องการงาของท่าน” ทันทีนั้นพระโพธิสัตว์เมื่อจะทำพระราชประสงค์ของพระราชเทวีนั้นให้สำเร็จบริบูรณ์ จึงได้หัตถ์งาทั้งสองของตน อันมีความงามดุจทองคำธรรมชาติ สุปลั่งด้วยแสงอันเปล่งออกแห่งรัศมีอันประกอบด้วยสี ๖ ประการ แล้วก็มอบให้นายพรานนั้นไปถวาย
เรื่องที่สอง ครั้งพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญากระบี่ พระโพธิสัตว์พญากระบี่นั้น ได้ช่วยบุรุษคนหนึ่งให้ขึ้นจากห้วงนรอดชีวิตมาได้ ครั้นแล้วบุรุษนั้นเองได้คิดทรยศต่อพระองค์ว่า:-
“วานรนี้ย่อมเป็นอาหารของมนุษย์ได้ฉันเดียวกับพวกเนื้อมฤคในป่าประเภทอื่น ๆ ถ้ากระไรเราหิวขึ้นมาแล้วจะพึงฆ่าวานรนี้กินเป็นอาหาร ครั้นกินอิ่มแล้ว จักเอาเนื้อที่เหลือไปเป็นเสบียงเดินทาง เราก็จักข้ามพ้นทางทุรกันดารไปได้ เนื้อนี้จักเป็นเสบียงของเรา”
ครั้งแล้วเขายกก้อนศิลาขึ้นทุ่มลงบนกระหม่อมของพระโพธิสัตว์ ฝ่ายพระโพธิสัตว์ได้จ้องมองดูบุรุษนั้นด้วยหน่วยตาทั้งสองอันนองด้วยน้ำตา ทั้งนี้ด้วยความกรุณาว่า เจ้าคนนี้เป็นอันธพาลประทุษร้ายมิตร แล้วพูดกับเขาด้วยความปรานาดีว่า
๑ ขุ. ชา. (ไทย) ๒๗/๑๒๔/๕๕๙
๒ ขุ. ชา. (ไทย) ๒๗/๒๐๔-๒๐๖/๕๓๐