ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
“หมู่ทั้งหลาย ผู้มีจิตตั้งมั่นดีแล้วในอารมณ์กัมมัฏฐานภายใน ย่อมนอนเป็นสุข พระสาวกทั้งหลายของพระโคดมพุทธเจ้า ย่อมตื่นชนิดที่ตื่นด้วยดี ในกาลทุกเมื่อ ฉะนี้
แต่แม้กระนั้น ผู้ที่ได้สำเร็จพรหมวิหารกัมมัฏฐานทั้งหลาย ย่อมได้ประสบอานิสงส์ครบทั้งหมดนี้โดยไม่มีเศษเหลือ ทั้งนี้ เพราะเหตุว่าพรหมวิหารธรรม ๔ เป็นข้าศึกโดยตรงของนิวรณกิเลสทั้งหลายมีพยาบาทเป็นต้น ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสพระพุทธโอวาทไว้ ซึ่งปรากฏในคัมภีร์สุตตนิบาต ปาฏิกวรรค มีอาทิว่า:-
อาวุโส ก็เมตตาเจโตวิมุตติ นั้นน่ะ เป็นธรรมเครื่องสลัดออกซึ่งพยาบาท ฉะนี้
อนึ่ง โทษทั้งหลายมีนอนเป็นทุกข์เป็นต้น ย่อมบังเกิดแก่หมู่สัตว์ ก็ด้วยอำนาจนิวรณกิเลสมีพยาบาทเป็นต้น เพราะฉะนั้น เมื่อพรหมวิหารธรรม ซึ่งเป็นปฏิปักษ์แก่นิวรณกิเลสมีพยาบาทเป็นต้นนั้น อันโยคีบุคคลนำพิเศษปฏิบัติให้สำเร็จแล้ว อานิสงส์ทั้งหลายนอนเป็นสุขเป็นต้น ก็เป็นอันอยู่ในเงื้อมมือแล้วนั่นเทียว
----------
[๒๕๙] โยคีบุคคลผู้มีความประสงค์จะเจริญกรุณาพรหมวิหารนั้น ประการแรก พึงเตรียมการทำบทกิจเบื้องต้นเสียให้เสร็จสิ้น นับแต่ตัดปโลภความกังวล ๑๐ ประการให้สิ้นห่วงตลอดจนถึงการนั่ง ณ อาสนะอย่างเรียบร้อย เหมือนอย่างที่ได้แสดงไว้แล้วในเมตตาภาวนา ครั้นแล้วพึงพิจารณาให้เห็นโทษของวิหิงสา คือการเบียดเบียนสัตว์ และอานิสงส์ของกรุณาเสียก่อน เมื่อได้เห็นโทษและอานิสงส์อย่างเด่นชัดแล้ว จึงเริ่มลงมือเจริญกรุณาพรหมวิหารต่อไป