visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 554 | >>

มุทิตาสีมาสัมเภท

ก็แหละ ในกรณีที่เจริญมุทิตาไปในคนคู่เวรนั้น ถ้าความโกรธแค้นเกิดขึ้นแก่โยคีโดยนัยที่ได้แสดงมาแล้วในเมตตาภาวนา โยคีบุคคลพึงพยายามบรรเทาความโกรธแค้นให้ระงับลงด้วยอุบายวิธีที่ได้แสดงไว้แล้วในเมตตาภาวนานั้นแล

ครั้นแล้วพึงทำมุทิตาให้เป็นสีมาสัมเภท โดยทำจิตให้เสมอในบุคคล ๔ จำพวก คือ คนที่รัก ๑ คนเป็นกลาง ๆ ๑ คนคู่เวร ๑ และตนเอง ๑ ฉะนี้

บรรลุถึงอัปปนาฌาน

แต่นั้นโยคีบุคคลพึงส้องเสพนิมิตกัมมัฏฐาน คือ สีมาสัมเภทนั้นให้หนักขึ้น ทำให้นิมิตเจริญขึ้น ภาวนาให้มาก ๆ เข้า จนให้บรรลุถึงชั้นอัปปนาฌาน แล้วทำอัปปนาฌานให้เจริญก้าวหน้าไปด้วยสามารถฌาน ๓ โดยจตุกกนัย และฌาน ๔ โดยปัญจกนัยโดยทำนองที่แสดงมาแล้วในเมตตาภาวนาทุกประการ

ด้วยประการฉะนี้ เป็นอันว่าโยคีบุคคลผู้เจริญมุทิตาพรหมวิหาร ได้ปฏิบัติถึงขั้นสุดยอดแห่งมุทิตากัมมัฏฐานนี้โดยบริบูรณ์แล้วแล

วิธีแผ่มุทิตา ๓ อย่าง

ลำดับต่อไปนี้ ผู้ปฏิบัติพึงศึกษาให้เข้าใจวิธีการแผ่มุทิตาจิต ๓ อย่างตามที่ท่านแสดงไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมัคค์มหาวรรค คือ การแผ่มุทิตาอย่างไม่เจาะจงที่เรียกว่า อโนธิโสผรณาโดยอาการ ๕ นัยอย่างหนึ่ง การแผ่มุทิตาอย่างเจาะจงที่เรียกว่า โอธิโสผรณาโดยอาการ ๗ นัยอย่างหนึ่ง การแผ่มุทิตาไปในทิศที่เรียกว่า ทิสาผรณาโดยอาการ ๑๐ นัยอย่างหนึ่ง ซึ่งมีอาการแห่งภาวนาวิธี ดังต่อไปนี้

๑. อโนธิโสผรณา

คำแผ่มุทิตาไม่เจาะจงโดยอาการ ๕

๑. สพฺเพ สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka