visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 560 | >>
อยํ สตฺโต กมฺมสฺสโก โหติ.
สัตว์ผู้นี้เป็นผู้มีกรรมเป็นของแห่งตน

ถ้าตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปว่า

เอเต สตฺตา กมฺมสฺสกา โหนฺติ.
สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นผู้มีกรรมเป็นของแห่งตน

หรือว่า

สพฺเพ สตฺตา กมฺมสฺสกา โหนฺติ.
สัตว์ทั้งปวงเป็นผู้มีกรรมเป็นของแห่งตน

ทั้งนี้ด้วยวิธีที่นึกภาวนาในใจบ่อย ๆ หลายครั้งหลายหน จนกว่าอุเบกขา คือความเป็นกลาง ๆ ในบุคคลนั้นจะปรากฏขึ้นในจิตอย่างเด่นชัด เมื่อโยคีบุคคลพยายามปฏิบัติอยู่โดยทำนองนี้ ความวางใจเป็นกลาง ๆ อย่างปกติในบุคคลนั้นก็จะเป็นสภาพตั้งอยู่อย่างแน่วแน่ ไม่แลบออกไปหาอารมณ์ภายนอกอื่น ๆ นี่คือลักษณะของอุปจารภาวนา และขณะนั้นนิวรณ์ ๕ ย่อมถูกข่มให้สงบไปด้วยอำนาจพลังแห่งภาวนา กิเลสทั้งหลายก็สงบลงตามกันด้วยประการฉะนี้

เจริญอุเบกขาในคนที่รักเป็นต้น

ลำดับนั้น โยคีบุคคลพึงเจริญอุเบกขาที่ได้ทำให้บังเกิดขึ้นแล้วในคนเป็นกลาง ๆ ขึ้นไปในบุคคลประเภทอื่น ๆ มีคนผู้เป็นที่รักเป็นต้นต่อไป เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงเป็นแบบอย่างไว้ ซึ่งมีปรากฏอยู่ในคัมภีร์วิภังค์ปกรณ์ ดังนี้

ภิกษุผู้มีจิตประกอบด้วยอุเบกขา ย่อมแผ่อุเบกขาจิตไปทางทิศหนึ่งอยู่นั้นคือทำอย่างไร ? ภิกษุผู้มีจิตประกอบด้วยอุเบกขาย่อมแผ่อุเบกขาจิตไปในสัตว์ทั้งปวง เหมือนอย่างที่ได้เห็นคนอื่นซึ่งไม่รักไม่ชังคนหนึ่ง แล้วพึงเป็นผู้เฉย ๆ อยู่นะนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka