ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๒๖๕] แหละในพรหมวิหารทั้ง ๔ นี้ แต่ละประการนั้น มีอกุศลธรรมที่เป็นข้าศึกอย่างละ ๒ ๆ โดยจัดเป็นข้าศึกใกล้อย่างหนึ่ง ข้าศึกไกลอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
ราคะ เป็นข้าศึกใกล้ของเมตตาพรหมวิหาร เพราะมีส่วนเข้ากันได้โดยมองในแง่ที่เป็นคุณด้วยกัน เหมือนศัตรูรอบบุรีที่อยู่ใกล้ชิด ฉะนั้น ราคะนั้นย่อมได้ช่องโอกาสเกิดขึ้นเร็วมาก ดังนั้น ผู้ปฏิบัติต้องคอยช่วงชิง กันเมตตาจากราคะไว้ให้จงดี
พยาบาท เป็นข้าศึกไกลของเมตตาพรหมวิหาร เพราะมีส่วนเข้ากันไม่ได้โดยส่วนของตน เหมือนศัตรูรอบบุรีซึ่งซุ่มอยู่ในที่รกชัฏแห่งภูเขา ฉะนั้น เพราะเหตุนั้นผู้ปฏิบัติจึงจำต้องเจริญเมตตาภาวนา โดยไม่ต้องเกรงกลัวแต่พยาบาทนั้น แต่ที่จักเจริญเมตตากัมมัฏฐานด้วย จักทำความพยาบาทโกรธเคืองด้วย ในขณะเดียวกัน ข้อนี้มีฐานะที่จะเป็นไปได้
โทมนัส ความเสียใจอันอาศัยกามคุณเป็นข้าศึกใกล้ของกรุณาพรหมวิหาร เพราะมีส่วนเข้ากันได้โดยมองในแง่วิบัติของสัตว์ทั้งหลายเหมือนกัน โทมนัสอาศัยกามคุณ มาในพระบาลีสังยุตตนิกายน อุปริปัณณาสก์ มีอาทิว่า
คำว่า “ข้าศึกใกล้” เพราะได้ช่องโอกาสขึ้นได้เร็วกว่าคำว่า “ข้าศึกไกล” เพราะได้ช่องโอกาสเกิดขึ้นช้ากว่า เหมือนศัตรูรอบคนนเราที่อยู่ใกล้ชิดกันย่อมมีโอกาสทำร้ายได้เร็วกว่าที่อยู่ไกล เช่นราคะกับเมตตาในที่นี้ ต่างก็มีภาวะอันเป็นแง่เหมือนกัน ราคะนับว่าใกล้เมตตามาก ถ้าผู้ปฏิบัติเผลอนิดเดียว ราคะก็เกิดแทนที่เมตตาทันที จึงจัดเป็นข้าศึกใกล้ ส่วนพยาบาทตรงข้ามกับเมตตา และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นเป็นข้าศึกแก่เมตตาช้ากว่า ราคะจึงจัดเป็นข้าศึกไกล