ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
แหละเพราะเหตุที่อัปปมัญญาทั้ง ๔ ประการนี้ ย่อมเป็นไปในอารมณ์ที่หาประมาณมิได้ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายไม่มีกำหนดประมาณจึงเป็นอารมณ์ของอัปปมัญญาทั้ง ๔ นี้ อัปปมัญญาทั้ง ๔ ย่อมเป็นไปด้วยอำนาจที่แผ่ไปอย่างทั่วสิ้น โดยมิได้ถือเอากำหนดประมาณว่า ต้องเจริญเมตตาเป็นต้นไปในประเทศเท่านั้นแม้ของสัตว์ผู้เดียว อธิบายว่าในกัมมัฏฐานอื่น ๆ เช่นอสุภกัมมัฏฐานเป็นต้น โยคีบุคคลย่อมถือเอานิมิตเฉพาะในประเทศที่ถึงภาวะพองขึ้นของร่างกายเป็นต้น มิได้ถือเอาหมดทั่วทั้งร่างกาย ส่วนอัปปมัญญานี้มิถือเอากำหนดประมาณเหมือนอย่างนั้น
เพราะเหตุดังแสดงมา ท่านจึงแสดงความสังเขปไว้ว่า:-
ที่พรหมวิหารมีเพียง ๔ อย่างนั้น ด้วยอำนาจที่เป็นทางบริสุทธิ์ของผู้มากหนาไปด้วยพยาบาทเป็นต้น ที่จัดลำดับของพรหมวิหารนี้ จัดด้วยอำนาจอาการที่มุ่งทำประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลายเป็นต้น และพรหมวิหาร ๔ นี้ ที่ได้ชื่อว่าอัปปมัญญา เพราะประพฤติเป็นไปในอารมณ์อันหาประมาณมิได้ ฉะนี้
[๒๗๐] ก็แหละ ในอัปปมัญญา ๔ นี้ แม้ถึงจะมีลักษณะเป็นอย่างเดียวกัน ในข้อที่มีอารมณ์หาประมาณมิได้เหมือนกันตามที่แสดงมาแล้ว แต่อัปปมัญญา ๓ ข้อต้นคือ เมตตา กรุณาและมุทิตา เป็นเหตุให้สำเร็จฌานเพียง ๓ ขั้น โดย จตุกกนัยและเพียง ๔ ขั้น โดยปัญจกนัยเท่านั้น
ถาม - เพราะเหตุไร จึงให้สำเร็จผลเพียงแค่นั้น ?
ตอบ - เพราะเมตตา กรุณาและมุทิตา พรากจากโสมนัสเวทนาไม่ได้ คือต้องประกอบด้วยโสมนัสเวทนาเสมอ