visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 91 | >>

มารดาของท่านติสสะอำมาตย์ได้ให้คนนำผ้ามีราคาเรือนร้อยไปทิ้งไว้ที่ถนนชื่อตาละหิงคา ด้วยประสงค์ว่า ภิกษุผู้ทรงไว้ซึ่งผ้าปังสุกูลเป็นปกติทั้งหลายจักได้เอาไปทำจีวร ภิกษุทั้งหลายก็พากันเก็บเอาเพื่อปะผ้าตรงที่ชำรุดนั้นเทียว. คำว่า นหานโจฬะ ได้แก่ผ้าซึ่งคนทั้งหลายอันพวกหมอผีคลุมให้รดน้ำมนต์เปียกทั่วทั้งตัวทิ้งไว้แล้วหลีกหนีไป ด้วยถือว่าเป็นผ้ากาฬกัณณี.

คำว่า ติตถโจฬะ ได้แก่ผ้าเก่า ๆ ที่เขาทิ้งไว้ที่ท่าอาบน้ำ. คำว่า คตปัจจาคตะ ได้แก่ผ้าที่พวกมนุษย์ใช้ไปป่าช้า ครั้นกลับมาอาบน้ำแล้วทิ้งไว้. คำว่า อัคคิทัฑฒะ ได้แก่ผ้าที่ถูกไฟไหม้ไปแถบหนึ่ง. ผ้าที่ถูกไฟไหม้แล้วเช่นนั้น พวกมนุษย์ย่อมทิ้งเสียตั้งแต่คำว่าโคขายิตะเป็นต้นไป ความปรากฏชัดอยู่แล้วจริงอยู่ ผ้าที่โคขย้ำแล้วเป็นต้นนั้นมนุษย์ทั้งหลายย่อมทิ้งเสียเหมือนกัน.

คำว่า ธชาหฏะ ได้แก่ผ้าที่คนเขาเมื่อลงขึ้นเรือเอามาผูกทำเป็นธงขึ้นไว้ ในเมื่อล่วงเลยทัศนวิสัยของคนเหล่านั้นไปแล้ว จะเอาธงนั้นมาก็สมควร แม้ผ้าที่เขาเอามาผูกทำเป็นธงไว้ในยุทธภูมิ เมื่อกองทัพทั้งสองฝ่ายผ่านพ้นไปแล้ว จะเก็บเอาธงนั้นมาก็สมควร.

คำว่า ถูปจีวระ ได้แก่ผ้าที่เขาใช้ทำพลีกรรมเอาไปวงล้อมจอมปลวกไว้. คำว่า สมณจีวระ ได้แก่ผ้าอันเป็นสมบัติของภิกษุ. คำว่า อภิเสกิกะ ได้แก่ผ้าที่เขาทิ้งไว้ ณ สถานที่อภิเษกของพระราชา. คำว่า อิทธิมยะ ได้แก่ผ้าของเอหิภิกขุ. คำว่า ปันถิกะ ได้แก่ผ้าที่ตกอยู่ในระหว่างทาง ผ้าใดที่พลัดตกไปด้วยความเผลอสติของพวกเจ้าของแล้ว ผ้าเช่นนั้นต้องรอไปสักพักหนึ่งแล้วจึงค่อยเก็บเอา. คำว่า วาตาหฏะ ได้แก่ผ้าที่ลมพัดไปตกในที่ไกล. คำว่า เทวทัตติยะ ได้แก่ผ้าที่เทวดาทั้งหลายถวาย. คำว่า สามุททิยะ ได้แก่ผ้าที่คลื่นสมุทรทั้งหลายซัดขึ้นไว้บนบก.

ผ้าใดที่ทายกถวายแก่สงฆ์ก็ดี คำว่า สังฆัสสะ เทมะ ดังนี้ก็ดี หรือผ้าที่ภิกษุทั้งหลายเที่ยวขอได้มาก็ดี ผ้านั้นจัดเป็นผ้าปังสุกูลไม่ได้ แม้ในประเภทผ้าที่ภิกษุด้วยกันถวาย ผ้าใดที่ภิกษุถวายโดยให้รับเอาด้วยส่วนแห่งพรรษาก็ดี หรือที่เป็นผ้าเกิดขึ้นประจำเสนาสนะก็ดี ผ้านั้นก็จัดเป็นผ้าปังสุกูลไม่ได้เช่นกัน เฉพาะผ้าที่ภิกษุถวายโดยไม่ให้รับเอาด้วยส่วนแห่งพรรษาเท่านั้น จึงนับเป็นผ้าปังสุกูล.

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka