ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ความจริง เรื่องนี้ นางวิรา ภิกษุณีก็กล่าวไว้แล้วว่า
ยถา หิ องฺคสมฺภารา โหติ สทฺโท รโถ อิติ
เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ โหติ สตฺโตติ สมฺมติ.
แปลความว่า
ความจริง เมื่ออันธะทั้งหลายมีอยู่ การสมมติ (เรียก) กันว่า สัตว์ ก็มีขึ้น เหมือนเสียงที่เรียกว่า “รถ” มีขึ้น ก็เพราะเอาส่วนต่าง ๆ ประกอบกันเข้า
แม้ท่านพระสารีบุตรก็กล่าวไว้อีกว่า “อาวุโส เพราะอาศัยไม้ เพราะอาศัยเถาวัลย์ เพราะอาศัยดินและเพราะอาศัยหญ้าล้อมเอาอากาศเข้าไว้ จึงถึงการนับว่า “อาคาร” แม้ฉันใด อาวุโส เพราะอาศัยกระดูก เพราะอาศัยเอ็น เพราะอาศัยเนื้อ และเพราะอาศัยหนังล้อมเอาอากาศเข้าไว้ จึงถึงการนับว่า “รูป” ฉันนั้นเช่นกัน” ทั้งนางวิรา ภิกษุณีก็กล่าวไว้อีกว่า
ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ
นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ.
แปลความว่า
ที่จริง ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ และดับไป นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ
[๒๖๗] ท่านแสดงถึงนามและรูปปนกันแล้วด้วยพระสูตรต้นตะมามากมายหลายร้อยพระสูตรด้วยประการดังกล่าวนี้ หาได้แสดงถึงสัตว์ไม่ หาได้แสดงถึงบุคคลไม่ เพราะ