visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 997 | >>

๕. ในอดีตกาล ข้าพเจ้าเป็นอะไรแล้วจึงได้เป็นอะไรมาหรือหนอ ?

อีกทั้งความสงสัย ซึ่งท่านปรารภที่สุดเบื้องปลาย (คือ อนาคตกาล) แล้วกล่าวไว้ ๕ อย่าง ดังนี้ว่า

๑. ในอนาคตกาล ข้าพเจ้าจะเป็นหรือหนอ ?
๒. ในอนาคตกาล ข้าพเจ้าจะไม่เป็นหรือหนอ ?
๓. ในอนาคตกาล ข้าพเจ้าจะเป็นอะไรหนอ ?
๔. ในอนาคตกาล ข้าพเจ้าจะเป็นอย่างไรหนอ ?
๕. ในอนาคตกาล ข้าพเจ้าจะเป็นอะไรแล้วจึงได้เป็นอะไรมาหรือหนอ ?

อีกทั้งความสงสัยซึ่งท่านปรารภกาลปัจจุบัน ก็คือว่าเป็นผู้มีความสงสัยภายในปรารภกาลปัจจุบันในบัดนี้ แล้วกล่าวไว้ (อีก) ๖ อย่างดังนี้ว่า

๑. ข้าพเจ้าเป็นอยู่หรือหนอ ?
๒. ข้าพเจ้ามิได้เป็นอยู่หรือหนอ ?
๓. ข้าพเจ้าเป็นอะไรอยู่หนอ ?
๔. ข้าพเจ้าเป็นอย่างไรอยู่หนอ ?
๕. สัตว์นี้มาจากไหนหนอ ?
๖. สัตว์นี้น่าจะไปไหนหนอ ?

กำหนดรู้ปัจจัยของนามและรูปอีกวิธีหนึ่ง

[๒๘๑] พระภิกษุอีกรูปหนึ่งเห็นปัจจัย ๒ อย่างของนาม โดยทางสาธารณปัจจัยและอสาธารณปัจจัย เห็นปัจจัย ๔ อย่างของรูปโดยทางเหตุมีกรรมเป็นต้นว่า “ความจริง ปัจจัยของนาม มี ๒ อย่าง คือ สาธารณะ ๑ และอสาธารณะ ๑ ใน ๒ อย่างนั้น ทวาร ๖ มีจักขุเป็นต้น (และ) อารมณ์ ๖ มีรูปเป็นต้น เป็นสาธารณปัจจัยของนาม เพราะเป็นไปแก่นามแม้ทุกประเภท ตามความแตกต่างมีนามที่เป็นกุศลเป็นต้น ส่วนธรรม (อื่น) มีมนสิการ (คือความใส่ใจ) เป็นต้น เป็นอสาธารณปัจจัย เพราะธรรมมีโยนิโสมนสิการและการฟังธรรมเป็นต้นเป็นปัจจัยของนามเฉพาะที่เป็นกุศลเท่านั้น ธรรม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka