Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 104 | >>

๓๓. ลำดับต่อแต่นั้น เมื่อกระทำปฐมฌานนั้นให้เชี่ยวชาญด้วยอาการ ๕ อย่างคือ ชำนาญในการพิจารณา ชำนาญในการเข้า ชำนาญในการตั้งไว้ ชำนาญในการออก และชำนาญในการทบทวน เมื่อเพียรตั้งมั่นเพื่อละองค์ฌานที่หยาบมีวิตกเป็นต้น แล้วทำองค์ฌานที่ละเอียดมีวิจารเป็นต้นให้เกิดขึ้น ทุติยฌานเป็นต้นย่อมสำเร็จตามลำดับโดยสมควร

๓๔. ปฏิภาคนิมิตย่อมปรากฏในกรรมฐาน ๒๒ มีปฐวีกสิณเป็นต้นอย่างนี้แล

๓๕. ส่วนในบรรดากรรมฐานอื่น อัปปมัญญากรรมฐานย่อมปรากฏในอารมณ์ที่เป็นสัตวบัญญัติ

๓๖. เมื่อบุคคลกระทำบริกรรมโดยปรารภอากาสกสิณที่ได้มา โดยละทิ้งกสิณอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดากสิณทั้งหลายยกเว้นอากาสกสิณ ด้วยการกำหนดว่าอากาศไม่มีที่สุด อรูปฌานที่ ๑ ย่อมสำเร็จ

๓๗. เมื่อกระทำบริกรรมโดยปรารภปฐมรูปปฏิภาคนิมิตนั้น ด้วยการกำหนดว่า วิญญาณไม่มีที่สุด อรูปฌานที่ ๒ ย่อมสำเร็จ

๓๘. เมื่อกระทำบริกรรมโดยปรารภความไม่มีแห่งอากาสานัญจายตนะซึ่งเป็นอรูปฌานจิตที่ ๑ นั้นว่า ไม่มีอะไรๆ อรูปฌานที่ ๓ ย่อมสำเร็จ

๓๙. เมื่อกระทำบริกรรมโดยปรารภอากิญจัญญายตนะที่เป็นอรูปฌานที่ ๓ ว่า นี่สงบหนอ นี่ประณีตหนอ อรูปฌานที่ ๔ ย่อมสำเร็จ

๔๐. ในบรรดากรรมฐาน ๑๐ ที่เหลือ เมื่อกระทำบริกรรมโดยปรารภอารมณ์มีพระพุทธคุณเป็นต้นแล้ว เมื่อนิมิตนั้นตั้งมั่นดีแล้วในอารมณ์นั้น บริกรรมย่อมตั้งมั่นในนิมิตนั้น อุปจารสมาธิย่อมปรากฏ

๔๑. อนึ่ง รูปาวจรปฐมฌานที่เป็นไปด้วยอำนาจของอภิญญา ย่อมปรากฏในอารมณ์ทั้งหลายมีรูปาวจรฌานเป็นต้นตามสมควร แก่บุคคลผู้ออกจากปฐมฌานอันเป็นบาทแห่งอภิญญาแล้วพิจารณาอารมณ์ที่ควรอภิฏฐานเป็นต้น แล้วกระทำบริกรรม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka