Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 103 | >>

๒๕. อารูปบริกรรมฐาน ๔ ก่อให้เกิดอรูปฌาน

ทั้งหมดนี้เป็นการจำแนกภาวนาในที่นี้

การจำแนกอารมณ์

๒๖. ในบรรดานิมิตทั้งหลาย บริกรรมนิมิต และอุคคหนิมิต ย่อมปรากฏในกรรมฐานทั้งปวงโดยปริยายตามสมควร

๒๗. ส่วนปฏิภาคนิมิตย่อมปรากฏในกสิณ อสุภะ [โกฏฐาสะ และอานาปานสติ] ที่จริงแล้ว อุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิย่อมปรากฏในกรรมฐานเหล่านั้น โดยมีปฏิภาคนิมิตเป็นอารมณ์

อุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิเกิดขึ้นได้อย่างไร

๒๘. เมื่อผู้เริ่มปฏิบัติถือเอานิมิตในวงปฐวีกสิณเป็นต้น อารมณ์นั้นเรียกว่า บริกรรมนิมิต ภาวนานั้นก็ชื่อว่า บริกรรมภาวนา

๒๙. แต่ว่าในกาลใด บริกรรมนิมิตนั้นถูกจดรับเอาไว้ดีแล้ว มาสู่คลองแห่งมโนทวารเหมือนเห็นด้วยตาเปล่า ในกาลนั้น อารมณ์นั้นชื่อว่า อุคคหนิมิต การภาวนานั้นย่อมตั้งมั่น

๓๐. อนึ่ง ต่อแต่ว่าการเกิดขึ้นของอุคคหนิมิตนั้น เมื่อผู้ปฏิบัตินั้นมีจิตตั้งมั่นเช่นนั้นแล้ว เพียรเจริญภาวนาเสมอในอุคคหนิมิตด้วยบริกรรมสมาธินั้น ในเวลาใดอารมณ์ที่สำเร็จแต่การภาวนา ที่คล้ายคลึงกับอุคคหนิมิตนั้น พ้นแล้วจากความเป็นสภาวธรรม เป็นอารมณ์ที่เรียกว่า บัญญัติ ตั้งมั่นและแน่วแน่อยู่ในจิต ในเวลานั้น ท่านกล่าวว่านิมิตอารมณ์นั้นที่เป็นปฏิภาคนิมิตได้เกิดขึ้นแล้ว

๓๑. ต่อแต่นั้น อุปจารภาวนาที่เรียกว่า กามาวจรสมาธิ อันกำจัดนิวรณ์ ชื่อว่า สำเร็จแล้ว

๓๒. ต่อแต่นั้น เมื่อนักปฏิบัติสละพ้นปฏิภาคนิมิตนั้นอยู่ด้วยอุปจารสมาธิ รูปาวจรปฐมฌานย่อมเป็นไปเหมือนเข้าไปในอารมณ์

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka