ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
โสดาปัตติมรรคจิตที่ประกอบกับจตุตถฌาน เกิดร่วมกับสุข และเอกัคคตา ดวงหนึ่ง
โสดาปัตติมรรคจิตที่ประกอบกับปัญจมฌาน เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา และเอกัคคตา ดวงหนึ่ง
จิต ๕ ดวงนี้ ชื่อว่า โสดาปัตติมรรคจิต
๓๙. และสกทาคามิมรรคจิต อนาคามิมรรคจิต อรหัตตมรรคจิต ก็เช่นเดียวกัน [คือมีอย่างละ ๕ ดวง] เพราะฉะนั้น จึงรวมเป็นมรรคจิต ๒๐ ดวงถ้วน
๔๐. และผลจิตก็เช่นเดียวกัน [คือมี ๒๐ ดวงเหมือนมรรคจิต] ฉะนั้น จึงรวมเป็นโลกุตตรจิต ๔๐ ดวงถ้วน
๔๑. ท่านกล่าวโลกุตตรจิตว่ามี ๔๐ ดวงอีกด้วย โดยจำแนกแต่ละอย่างเป็น ๕ ดวง ตามประเภทแห่งการประกอบองค์ฌาน
[มรรคจิตและผลจิตบางดวงประกอบด้วยองค์ ๕ บ้าง องค์ ๔ บ้าง องค์ ๓ บ้าง องค์ ๒ บ้าง และองค์ ๒ อีกบ้าง ทำให้มรรคจิตและผลจิตดวงหนึ่งๆ จำแนกออกเป็น ๕ ดวงตามการประกอบองค์ฌาน ดังนั้น โลกุตตรจิต ๘ ดวงโดยสังเขปจึงมี ๔๐ ดวงโดยพิสดาร]
๔๒. ท่านแสดงโลกุตตรจิตตามประเภทของฌานมีปฐมฌาน เป็นต้นเหมือนรูปาวจรจิต ทั้งอรูปาวจรจิตท่านก็แสดงไว้ในปัญจมฌาน เพราะฉะนั้น ฌานจิตที่ประกอบด้วยปฐมฌานเป็นต้น แต่ละฌานมี ๑๑ ดวง แต่ในฌานจิตสุดท้ายมี ๒๓ ดวง
[จิตที่ประกอบด้วยฌานแต่ละฌานมี ๑๑ ดวง เช่น จิตที่ประกอบด้วยปฐมฌาน ๑๑ ดวง คือ รูปาวจรกุศลจิต ๑ รูปาวจรวิปากจิต ๑ รูปาวจรกิริยาจิต ๑ มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ รวมเป็น ๑๑ ดวง ส่วนปัญจมฌานมี ๒๓ ดวง คือจิตที่ประกอบกับปัญจมฌานแท้ๆ ๑๑ ดวง และอรูปาวจรจิตอีก ๑๒ ดวง จึงรวมเป็น ๒๓ ดวง]