ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ในที่นี้ ทวารทั้ง ๖ เป็นธัมมารมณ์นั่นเอง พระอนุรุทธอาจารย์จึงกล่าวอารมณ์ ๖
โดยหมายเอาธัมมารมณ์ที่เหลือ
คำว่า ทวารา...ปริยาเยน (ตามลำดับของทวาร ธาตุ และจิตที่เกิดในทวารกับ
อารมณ์เหล่านั้น) พึงประกอบบทว่า ธาตุมี ๑๘ ตามลำดับของทวาร ๖ อารมณ์ ๖ และ
จิตที่เกิดในทวารกับอารมณ์เหล่านั้น
แม้ในที่นี้ มโนทวารในทวาร ๖ ก็เป็นส่วนหนึ่งของจิต ส่วนทวาร ๖ และวิญญาณ
๗ เป็นส่วนหนึ่งของธัมมารมณ์
๕๒. พึงประกอบบทว่า มรรคที่เป็นโลกุตตระ ชื่อว่า มรรค
๕๓. ธรรม ๒๙ อย่างที่ประกอบกับมรรคจิต และธรรม ๓๗ อย่างที่เป็น
ผลจิตตุบาท เป็นธรรมพ้นแล้วจากอริยสัจ ๔
[ธรรม ๒๙ อย่างคือ เจตสิกที่ประกอบในโลกุตตรจิต ๓๖ ดวงยกเว้นอริยมรรคมีองค์ ๘
รวมเป็น ๒๘ ดวง และมรรคจิต ๑ ดวง ดังนั้น โสดาปัตติมรรคจิตตุบาทเป็นต้น ๒๙ ดวง จึง
พ้นจากอริยสัจ ๔ ส่วนผลจิตตุบาทมี ๓๗ ดวงคือเจตสิก ๓๖ ดวงเหล่านั้นพร้อมทั้งผลจิตหนึ่งดวง]
ข้อที่ควรกล่าวในที่นี้ ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]ได้กล่าวไว้แล้ว
จบการแสดงข้อความปรมัตถ์แห่งสมุจจยสังคหะ
ในคัมภีร์ชื่อปรมัตถทีปนีอันเป็นอรรถาธิบายฉบับที่ ๔ ของคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ
ด้วยประการฉะนี้