“มรรคมีองค์ ๕[ สัมมาทิฏฐิสัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติสัมมาสมาธิ] ตรัสไว้ในจิต ๑๕ ดวง [กามาวจรญาณสัมปยุตตจิต ๑๒ ปฐมฌานจิต ๓] มรรคมีองค์ ๗ [เว้นสัมมาสังกัปปะ] ตรัสไว้ในจิต ๓๒ ดวง [โลกุตตรจิต ๓๒ (เว้น ปฐมฌานจิต)]”
๑๒๓. มคฺโค อฏฺฐสุ จิตฺเตสุ มโต อฏฺฐงฺคิโกติ หิ
เอวํ ตุ สพฺพจิตฺเตสุ มคฺคงฺคานิ สมุทฺธเร.
“มรรคมีองค์๘ต รัสไว้ใน[ปฐมฌานโลกุตตร]จิต ๘ ดวง บัณฑิตพึงยกองค์มรรค ในจิตทั้งหมดอย่างนี้”
จำแนกจิตโดยพละ
๑๒๔. พลานิ เทฺว ทฺวิจิตฺเตสุ เอกสฺมึ ตีณิ ทีปเย
เอกาทสสุ จตฺตาริ ฉ ทฺวาทสสุ นิทฺทิเส.
“พละ ๒ [วิริยะ และสมาธิ]ย่อมมีในจิต ๒ ดวง [มโนทวาราวัชชนจิต และหสิตุป-ปาทจิต] พึงแสดงพละ ๓ [วิริยะ อหิริกะ และอโนตตัปปะ] ใน[วิจิกิจฉาสัมปยุตต]จิตหนึ่งดวง พละ ๔ [พละ ๓ นั้น และสมาธิ]ย่อมมีในจิต ๑๑ ดวง [อกุศลจิต ๑๑ (เว้นวิจิกิจฉา-สัมปยุตตจิต)] พึงแสดงพละ ๖ [ศรัทธา วิริยะ สติสมาธิหิริและโอตตัปปะ] ในจิต ๑๒ ดวง [กามา-วจรญาณวิปปยุตตจิต ๑๒]”
๑๒๕. เอกูนาสีติยา สตฺต โสฬเสวาพลานิ ตุ
จิตฺตเมวํ ตุ วิญฺเญยฺยํ สพลํ อพลมฺปิ จ.
“พละ ๗ [ศรัทธา วิริยะ สติสมาธิปัญญา หิริและโอตตัปปะ] ย่อมมีได้ในจิต๗ ๙ ดวง [กามาวจรญาณสัมปยุตตจิต ๑๒ มหัคคตจิต ๒๗ และโลกุตตรจิต ๔๐] ส่วนในจิต ๑๖ ดวง [อเหตุกวิปากจิต ๑๕ ปัญจทวาราวัชชนจิต ๑] ไม่มีพละเลย