พระพุทธองค์ตรัสบุคคลทั้งหมดไว้ ๑๑ จำพวกอย่างนี้”
[เมื่อจำแนกอเหตุกบุคคลเป็นทุคคติอเหตุกะและสุคติอเหตุกะ ก็รวมเป็นบุคคล ๑๒ จำพวก]
๑๘๙. เอเตสํ ปน สพฺเพสํ ปุคฺคลานํ ปเภทโต
จิตฺตานํ ภูมีสุปฺปตฺตึ ภณโต เม นิโพธถ.
“เชิญท่านทั้งหลายสดับคำของข้าพเจ้าผู้จะกล่าวการเกิดขึ้นของจิตในภูมิโดยจำแนก ตามบุคคลทั้งหมด”
การเกิดขึ้นของจิตตามภูมิ
๑๙๐. ตึสภูมีสุ จิตฺตานิ กติ ชายนฺติ เม วท
จุทฺทเสว ตุ จิตฺตานิ โหนฺติ สพฺพาสุ ภูมิสุ.
“ถามว่า:จิตที่เกิดในภูมิ ๓๐ มีกี่ดวง ตอบว่า: จิต ๑๔ ดวงนี้ [มหากุศลจิต ๘ ทิฏฐิคตวิปปยุตตจิต ๔ อุทธัจจสัมปยุตต-จิต ๑ มโนทวาราวัชชนจิต ๑] ย่อมเกิดได้ในภูมิทั้งหมด”
๑๙๑. สทา วีสติ จิตฺตานิ กาเมเยว ภเว สิยุํ
ปญฺจ รูปภเวเยว จตฺตาเรว อรูปิสุ.
“จิต ๒๐ ดวง [โทสมูลจิต ๒ กามาวจรวิปากจิต ๑๘ (เว้นกุศลวิบากจักขุวิญญาณ-จิต๑กุศลวิบากโสตวิญญาณจิต๑กุศลวิบากสัมปฏิจฉนจิต๑สันตีรณจิต ๒)] ย่อมเกิดใน กามภูมิเสมอ จิต ๕ ดวง [รูปาวจรวิปากจิต ๕] เกิดในรูปภูมิ จิต ๔ ดวง [อรูปาวจรวิปากจิต ๔] เกิดในอรูปภูมิ”
[อกุศลวิปากจิตอาจเกิดขึ้นได้แก่พรหมทั้งหลายโดยปรารภรูปที่ไม่น่าพอใจเป็นต้นที่ปรากฏ ในกามภูมิเพราะไม่มีอนิฏฐารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในพรหมโลก จิตเหล่านั้นจึงกำหนดไว้ในกามภูมิ เท่านั้น]